่อหายตัวไปกว่าพันปีแล้ว ไม่มีใครตามหาเขาเลย ตอนนี้พอเกิดเรื่องขึ้นถึงนึกถึงเขาขึ้นมา!”“เสวี่ยเอ๋อร์…”ถังเสวี่ยไม่ยินดีที่จะฟังอะไรอีก นางลุกขึ้นและเดินจากไป
ถังผิงมั่วใช่ว่าไม่อยากรั้งคนไว้ แต่เขารู้ว่าด้วยนิสัยดื้อรั้นและเอาแต่ใจของน้องสาว ต่อให้หยุดนางก็คงไม่มีคำพูดที่น่าฟังใดๆ ได้แต่กลับมาถามในภายหลังเท่านั้นแม้ว่าเขาจะรีบ แต่ถังผิงมั่วก็ทำอะไรไม่ได้ ท้ายที่สุด…ถังเสวี่ยมีตบะสูงที่สุดในตระกูลถัง! ประดุจดั่งเทพเจ้า!ถังผิงมั่วรู้ดีว่าน้องสาวของเขาจะเป็นสมาชิกตระกูลถังเพียงคนเดียวที่มีโอกาสถูกกองทัพพระสุเมรุคัดเลือกเข้ากองทัพ แต่อารมณ์ของนาง ทำให้ถังผิงมั่วไม่กล้าหวังมากเกินไป“เฮ้อ…” ถังผิงมั่วขมวดคิ้วอย่างปลดปลง เมื่อนึกถึงอารมณ์ของน้องสาว เขาไม่รู้ว่าการขอให้นางเข้าร่วมการคัดเลือกกองทัพพระสุเมรุเป็นความคิดที่ถูกต้องหรือไม่ เพราะเขากลัวว่านางจะไปยั่วยุบุคคลที่ไม่ควรยั่วยุเข้าเมื่อนึกถึงสิ่งนี้ ถังผิงมั่วก็เริ่มเป็นกังวล เขารู้สึกว่าตัวเองอาจตัดสินใจผิด แต่เขาได้มอบสิทธิ์ให้กับนางไปแล้ว เมื่อป้ายสิทธิ์นั้นไปถึงมือน้องสาว ชื่อ ‘ถังเสวี่ย’ ก็ถูกสลักขึ้นบนป้ายถังผิงมั่วรู้ว่านั่นคือการยืนยันว่าน้องสาวเขาถูกลงนามให้เข้าร่วมการคัดเลือก และรายชื่อนี้ก็ถูกส่งไปยังกองทัพพระสุเมรุแล้วตอนนี้…
แม้ว่าถังผิงมั่วจะคิดหนักเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่เขาก็รู้ว่าทุกอย่างไม่อาจเรียกคืนกลับมาได้ ได้แต่หวัง