นี้ ทำให้หรงอี้อดไม่ได้ก้มลงจุมพิตภรรยาของเขาอีกครั้งเมื่อเยี่ยนเสี่ยวเป่าที่กำลังกินขนมอยู่เงียบๆ เห็นภาพดังกล่าวเขาก็อยากจะเขยิบขึ้นไปจุมพิตมารดาของเขาด้วยเหมือนกัน น่าเสียดายที่บิดาเขาขวางเขาเอาไว้ “ขนมเปื้อนปากไปหมด สกปรก”เจ้าตัวเล็กบางคนหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กออกมาจากอกเสื้อ เช็ดปากแล้วเขยิบไปจุมพิตมารดา อนิจจาก็ยังถูกบิดาขวางไว้เหมือนเดิม“กินของเจ้าไป อย่ารบกวนท่านแม่เจ้า”เยี่ยนเสี่ยวเป่าโกรธเล็กน้อย “เป่า ก็ อยาก จูบ ท่านแม่เหมือนกัน”“พ่อจูบแม่ของเจ้า ไม่ได้รบกวนแม่เจ้า แต่ถ้าเจ้าจูบนาง เจ้าจะรบกวนนาง” หรงอี้พูดอย่างเคร่งขรึมเยี่ยนเสี่ยวเป่าไม่เข้าใจ “ทำไม”ผู้เป็นบิดาเองก็อธิบายอย่างจริงจัง “ถ้าเจ้าหลับอยู่ ปลุกครั้งหนึ่งเจ้าอาจจะยังไม่ตื่นขึ้นมา แต่ถ้าปลุกสองหรือสามครั้งเล่า”คำอธิบายนี้สมเหตุสมผล หลังจากที่เยี่ยนเสี่ยวเป่าเชื่อสนิทใจเขาก็ก้มลงและกินขนมต่ออย่างเชื่อฟังและไม่รบเร้าที่จะจุมพิตมารดาของเขาอีก
แต่แมวขาวตัวน้อยที่มองฉากทั้งหมดจากด้านข้าง รู้สึกว่าแม้เสี่ยวอี้เอ๋อร์จะพูดมีเหตุผล แต่มันก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติตงิดๆจิ่วอิงไม่ได้คิดอะไรมาก มันยังคงคิดถึงโลกภาพสะท้อนในกระจกและอดไม่ได้ที่จะถามอีกครั้ง “แล้ว ‘กระจก’ ที่นำไปสู่สวรรค์เก้าชั้นฟ้าซึ่งเป็นโลกที่สะท้อนในกระจกเล่า ตอนนี้ยังอยู่ดีหรือเปล่าแข็งแกร่งพอหรือเปล่า” จิ่วอิงเป็นห่วงสวรรค์เก้าชั้นฟ้า กลัวว่ามันจะ‘พัง