ายมากอยู่ดีนี่นาแต่ว่าเทียนตี้คิดว่า “บางทีเสี่ยวไป๋อาจจะได้ยิน หรือไม่เราลองพูดกับมันดู บอกให้มันอย่ากินเจ้าลูกเจี๊ยบ”“ลองดูเถอะ” เยี่ยนอวี๋ส่งสัญญาณให้เทียนตี้ลองทำเช่นนี้
เทียนตี้ “ข้าหรือ”“ข้าเอง” ต้าซือมิ่งที่ไม่มีทางเลือกเดินขึ้นหน้า มือข้างหนึ่งแตะไว้บนไข่ยักษ์ใบนั้น ส่งเสียงเข้าไปในไข่อย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก “เสี่ยวไป๋ได้ยินตอบหน่อย”“เหมียว” เสี่ยวไป๋ร้องตอบ และยังร้อง ‘เหมียวๆๆ’ ขึ้นมา บอกว่ามันเห็นลูกไก่ตัวหนึ่ง ลูกไก่ดูเป็นอาหารบำรุงที่ดีมากเลย อยากกินจังเลยเหมียว…แต่ต้าซือมิ่งส่งโทรจิตให้มันทันทีว่า “ลูกเจี๊ยบที่อยู่ข้างในกินไม่ได้ อีกอย่างทางที่ดีเจ้าหาวิธีมุดออกมาโดยที่ไม่ทำร้ายเจ้าลูกเจี๊ยบเสีย”“เหมียว?” เจ้าเหมียวสีขาวนอนมองลูกไก่ที่ถูกห่อหุ้มด้วยแสงแห่งความโกลาหลอย่างเสียดาย มันรู้สึกว่าท้องพระคลังที่มันกินไปเมื่อครู่บำรุงได้ไม่สู้เจ้าลูกเจี๊ยบตัวนี้ตัวเดียวเลยเหมียววว…“ออกมา” ต้าซือมิ่งที่หมดความอดทน น ้าเสียงแฝงความเบื่อหน่ายเจ้าเหมียวสีขาวจึงตอบว่า “เหมียว” บอกว่าจะออกไปเร็วๆ นี้แต่ว่าเจ้าเหมียวสีขาวยังคงไม่อยากทิ้งลูกไก่ตรงหน้าตัวนี้ มันจึงเข้าไปลูบลูกไก่สีเหลืองทีหนึ่ง กินไม่ได้ อย่างน้อยก็คงลูบได้…ทว่า… ทันทีที่มันลูบ
แคร่กไข่ยักษ์กำลังแตกร้าวหรงอี้หนังตากระตุก “เสี่ยวไป๋ เจ้าทำอะไรน่ะ”“เหมียวๆๆ…” เจ้าเหมียวสีขาวบอกว่าข้าก็แค่ลูบเจ้าลูกเจี๊ยบแล้วก็อย่าเร่งข้า ข