าพูดว่า “จะทำลายเปลือกจับมันออกมาก็คงไม่ได้ แต่ว่าจะว่าไปแล้ว เจ้าเหมียวตัวนี้เหตุใดจึงโผล่มากะทันหันเช่นนี้นะ มันควรจะอยู่บนตัวเด็กน้อยเหมือนกับปู่จิ่วมิใช่หรือ”เยี่ยนอวี๋ตอบทันทีว่า “เพิ่งกระโดดไปเมื่อครู่นี้ ซุกซนน่ะ จับไม่ทัน”“อ๋อ เช่นนั้นความเร็วนี้ก็ใช้ได้เลยจริงๆ ข้าไม่ทันสังเกตเห็นเลย”เทียนตี้ไม่มีข้อกังขาแม้แต่น้อย ไม่ได้คิดไปถึงเลยว่าเจ้าเหมียวน้อยตัวนี้จะเกี่ยวข้องกับเรื่องท้องพระคลังถูกปล้น
สิ่งที่เยี่ยนอวี๋ต้องการก็คือผลลัพธ์เช่นนี้ นางพยักหน้าสีหน้าคงเดิม “เสี่ยวไป๋ค่อนข้างพิเศษน่ะ”จิ่วอิงเองก็ไม่รู้ว่าเสี่ยวไป๋แบกรับหน้าที่อันหนักหน่วงไว้ และยังถูกต้าซือมิ่งสั่งให้ไปหลอกเทียนตี้ ยังกล่าวอย่างเห็นด้วยว่า “ใช่แล้วเสี่ยวไป๋คือแมวเหมียวอัศจรรย์เช่นนี้มาโดยตลอด ถือว่าเจ้าลูกเจี๊ยบโชคร้ายที่เจอมัน”“โชคร้ายจริงๆ…” เทียนตี้ทอดถอนใจ จู่ๆ ก็รู้สึกว่าท้องพระคลังของตนถูกปล้นก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร นั่นเป็นเพียงสิ่งของนอกกายทว่าพิกซีน้อยยังคงพูดขึ้นว่า “เช่นนั้นฝ่าบาทท่านจะอยู่ที่นี่คอยดูแลมันหรือไม่” มิเช่นนั้นหากเกิดปัญหาอะไรขึ้นมาจะทำอย่างไรแม้คำพูดข้างหลังพิกซีน้อยจะไม่ได้พูด แต่ความกังวลของมันก็เผยออกมาอย่างชัดเจนโชคดีที่ต้าซือมิ่งไม่ได้ทิ้งเจ้าลูกเจี๊ยบอย่างไม่ไยดี เขาพยักหน้ากล่าวว่า “อืม รอลูกเจี๊ยบออกมา เราค่อยไป”“มิเช่นนั้นก็วางใจไม่ลง” เยี่ยนอวี๋เองก็คิดว่าไม่ควรทิ้งมัน