และเยี่ยนอวี๋ก็สัมผัสได้ถูกต้องด้วย เพรำะว่ำมีกลิ่นอำยจำงๆ ของอวิ๋นเหลียนหนีไปจักรวำลดั้งเดิมแล้วจริงๆฟิ้วกลิ่นอำยที่หลงเหลือของอวิ๋นเหลียนที่กลำยเป็นแสงสีแดงทันทีที่ปรำกฎขึ้นก็ปรำกฎขึ้นข้ำงหน้ำหยวนสื่อเทียนจุนพวกเขำ ก่อนจะหำยไปอย่ำงรวดเร็วทว่ำหยวนสื่อเทียนจุนยังคงรู้สึกถึงควำมผิดปกติ เขำกระตุ้นค่ำยกลที่เยี่ยนอวี๋สร้ำงไว้ในบริเวณถ ้ำวิมำนตั้งแต่แรกทันทีแสงส่งออกมำจำกค่ำยกลดัง หึ่งมันดักแสงสีแดงที่ก ำลังจะหนีออกจำกถ ้ำวิมำนของเยี่ยนอวี๋ไว้ได้ตำมคำดตูมอวิ๋นเหลียนที่เจอของยำกเข้ำให้ก็กลับคืนร่ำงเดิมด้วยค่ำยกลของหยวนสื่อเทียนจุน กลำยเป็นร่ำงเงำอวิ๋นเหลียน“บัดซบ”อินหลิวเฟิงที่ไล่ตำมออกมำตะโกนว่ำ “อวิ๋นเหลียน เจ้ำอีกแล้ว”“อวิ๋นเศษสวะ?” เอ้อร์เหมำและกู้จื่อเฟิงตำมมำถึง
หยวนสื่อเทียนจุนรวบรวมค่ำยกลกักขังกลิ่นอำยที่หลงเหลือของอวิ๋นเหลียนไว้อย่ำงรวดเร็ว ไม่ให้นำงหนีออกไปแต่แล้ว… อวิ๋นเหลียนกลับหัวเรำะ “ฮ่ำๆ ๆ ๆ พวกเจ้ำคิดว่ำจับกลิ่นอำยที่หลงเหลือนี้ของข้ำได้ก็จะส ำเร็จรึ”“อย่ำงน้อยก็ไม่ได้ล้มเหลว” อินหลิวเฟิงตอบโต้กลับทันทีอวิ๋นเหลียนจุก สีหน้ำขรึมลงเล็กน้อย เพรำะว่ำอินหลิวเฟิงพูดถูกแต่นำงยังคงยิ้มเย็นชำพูดว่ำ “พวกเจ้ำก ำลังตกอยู่ในอันตรำยร้ำยแรงแต่ยังไม่กลัวตำย รู้แต่จะเป็นศัตรูกับข้ำ”“แล้วเจ้ำไม่ได้เป็นศัตรูกับพวกเรำมำโดยตลอดหรือ หำกเจ้ำไม่เล่นงำนพวกข้ำก่อน พวกข้ำจะสนใจเจ้ำรึ” อินหลิวเฟิงร