็นเช่นนี้
หรงอี้มองเจ้าเหมียวสีขาวอย่างไม่รู้จะพูดอย่างไร ส่วนฝ่ายหลังมันก็กำลังมองกรงเล็บของมันอย่างงงงวย “เหมียว?”เห็นได้ชัดว่าเจ้าเหมียวสีขาวที่กำลังย่อยความทรงจำของตนเองตกอยู่ในความสับสน ตกตะลึง และอยู่ในสภาพโง่เขลาสีหน้าอารมณ์หลากหลายของมันเพียงพอที่จะทำให้ต้าซือมิ่งสรุปได้ว่า “เจ้าเหมียวโง่ เกรงว่าตนเองก็ไม่รู้ว่าเหตุใดต้องผนึกตนเองไว้…”“ไม่ใช่หรอกนะ” จิ่วอิงตะลึงตาค้างทั้งสิบแปดดวง “ความจริงกลับเป็นเช่นนี้หรือ”จิ่วอิงกลอกตาทั้งสิบแปดดวงสุดท้าย มันก็อดยอมแพ้ไม่ได้พูดว่า “นี่มันวิถีของเจ้าเหมียวจริงๆแม้แต่ตนเองก็หลอก”“เหมียว?” เจ้าเหมียวสีขาวที่ยังเรียบเรียงความทรงจำของตนไม่ได้ มันก็มองจิ่วอิงจากนั้นก็มองต้าซือมิ่ง และมองเจ้าตัวน้อย ราวกับถูกกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง“หง ่าๆ” เยี่ยนเสี่ยวเป่าที่ไม่มีเวลาสนใจเจ้าเหมียวสีขาว เขายังคงทานข้าวอย่างตั้งใจ เรื่องใหญ่อะไรก็ไม่สู้เรื่องกิน เพียงแต่ว่าขณะที่เขากำลังทานอยู่นั้น…“เหมียว”
เจ้าเหมียวสีขาวกระโดดขึ้นไปบนช้อนของเขา“อ้ะเนะ”เยี่ยนเสี่ยวเป่าตบเจ้าเหมียวสีขาวทันที เจ้าเหมียวตัวลอยกระเด็นเสี่ยวเป่าทนได้ทุกอย่างยกเว้นเรื่องแย่งอาหาร“เหมียว”“เหมียว”เจ้าเหมียวสีขาวที่รีบบินกลับมุดเข้าไปในซอกคอของเด็กน้อยร้องเหมียวๆ ไม่หยุดเยี่ยนเสี่ยวเป่าไม่ได้สนใจมัน เขาอ้าปากน้อยๆ ของเขา รอท่านแม่ป้อนข้าวส่วนเยี่ยนอวี๋ นางก็เปลี่ยนช้อนให้เงียบๆ ป้อนเด