ร์ อี้เอ๋อร์?”หรงอี้เพิ่งจะ ‘ตั้งสติ’ ได้ เขาเห็นภรรยามองตนเองอย่างเป็นห่วงจึงอธิบายอย่างจริงจังว่า “ข้ากำลังคิดเรื่องเสี่ยวไป๋น่ะ”“อ๋อ แล้วคิดได้หรือยัง เหตุใดเสี่ยวไป๋จึงกลายเป็นคนโง่” จิ่วอิงถาม“เมี๊ยว” เจ้าเหมียวสีขาวที่กระโดดออกไปข่วนจิ่วอิงบอกว่า เจ้าต่างหากคนโง่
แม้จิ่วอิงจะหนังหนา แต่มันยังคงป้องศีรษะของตนเองไว้ด้วยสัญชาติญาณ ต้องรู้ว่ากรงเล็บของเจ้าแมวตัวนี้ไม่ใช่กรงเล็บธรรมดา มันไม่เคยเห็นศีรษะของใครที่แมวตัวนี้แหวกไม่ได้หรงอี้ที่ยื่นมือไปจับเจ้าเหมียวสีขาวขึ้นมากำลังจะพูดบางอย่างเจ้าเหมียวสีขาวที่ถูกจับขึ้นมาบิดตัวกอดมือของเขาไว้อย่างคล่องแคล่วและแข็งแรง ก่อนจะพลิกตัวขึ้นไปบนหลังมือของเขา“เหมียว…”“ท่าเดียวกันเลย เสี่ยวไป๋จอมเจ้าเล่ห์แน่ๆ” จิ่วอิงมั่นใจมากหรงอี้ก็ไม่ปฏิเสธ “เสี่ยวไป๋จริงๆ”หรงอี้ที่กำลังพูด เขาก็รวมรวมแสงสีม่วงอร่ามปกคลุมเจ้าเหมียวสีขาวไว้ คลายผนึกที่ผนึกตัวเจ้าเหมียวไว้ทันทีจิ่วอิงกลับชะงักเล็กน้อย “ไม่ใช่หรอกนะ ไม่ใช่มีแค่ข้าที่ต้องผนึกไว้ เจ้าเหมียวเจ้าเล่ห์ตัวนี้ไม่ต้องผนึกไว้ก็ติดตามเจ้าได้ไม่ใช่หรือ”“คงจะเป็นมันเองที่ผนึกตนเอง” หรงอี้ที่เก็บแสงกลับมาสัมผัสได้ว่ามีบางสิ่งที่เหมือนผนึกในศีรษะของเจ้าเหมียวน้อยมีกลิ่นอายเหมือนกับตัวของเจ้าเหมียวสีขาวเองสิ่งนี้จึงบอกได้เพียงว่า เจ้าเหมียวสีขาว ‘ผนึก’ ตนเองไว้แม้ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด… แต่เกรงว่าความจริงคงเป