จรเหล่ำนั้นใช้เพลิงเผำต ำหนักหลักเช่นนี้กับเขำ เช่นนั้นจุดจบของเขำคงเหมือนกับต ำหนักหลักที่ถูกเผำจนไม่เหลือแม้แต่ซำกแข็งแกร่งมำกเลยแข็งแกร่งเกินไปแล้วพวกเขำช่ำง…อย่ำงน้อยก็มีคนๆ หนึ่งอยู่ในระดับเดียวกับทูตสวรรค์ฝ่ำยซ้ำยหมำยควำมว่ำก่อนหน้ำนี้พวกเขำออมมือให้ตนหรือ
ควำมคิดเช่นนี้ท ำให้สีหน้ำของโจวปินย ่ำแย่กว่ำเดิม เหงื่อซึมออกมำมำกกว่ำเดิม ทั้งอับอำยและหวำดกลัวน ้ำเสียงของเทพรำชำหลันเคร่งเครียดถึงขีดสุด “พวกเขำคงสัมผัสได้ว่ำในต ำหนักมีตำข่ำยจับเทพ สำมำรถจับและฆ่ำสิ่งแปลกปลอมใดๆ ที่เข้ำมำในต ำหนักได้ พวกเขำจึงเผำทุกอย่ำงในนี้ท ำให้ตำข่ำยจับเทพไม่รู้ว่ำต้องจับ ‘ใคร’ เจ้ำเล่ห์นัก”“ใช่แล้ว” หยำงเตี๋ยอีตอบอย่ำงมั่นใจเสร็จก็เหินไปที่ต ำแหน่งเดิมที่บัลลังก์ตั้งอยู่และสัมผัสประตูเขตแดนที่เดินทำงไปสู่แดนอวิ๋นจิ้ง เมื่อมั่นใจแล้วว่ำประตูเขตแดนไม่ได้ถูกท ำลำยจึงโล่งอกเพียงแต่ว่ำ… หยำงเตี๋ยอีนึกถึงต ำหนักหลักที่ยังไม่ถูกเผำก็ต้องตกใจ “พวกเขำขโมยบัลลังก์ร้อยอสูรโบรำณไป เป้ำหมำยของพวกเขำคือบัลลังก์ของปฐมรำชินี”เมื่อได้ยินเช่นนี้ เทพรำชำหลันและชิงหน้ำเปลี่ยนสีเทียนอ๋องท่ำนอื่นๆ ก็เพิ่งเข้ำใจว่ำ “พวกเขำต้องกำรใช้บัลลังก์เพื่ออัญเชิญอสูร?”“เช่นนั้นพวกเขำเป็นมำรของเผ่ำมำรหรือ” โจวปินอดคิดถึงจิ่วอิงที่หน้ำมีรอยบำกไม่ได้ สุดท้ำยกล่ำวอย่ำงมั่นใจว่ำ “ใช่แล้ว ต้องใช่แน่ๆ ชำยหน้ำบำกนั่นคือปีศำจ บนตัวของในกล