ไป” จิ่วอิงพยักหน้าอย่างเข้าใจโจวปินทนไม่ไหว กำหมัดแน่นจนเกิดเสียง กร๊อบแต่คุณชายอวิ๋นที่สิบสองกล่าวว่า “ถึงแม้จะประลอง ด้วยตบะของท่านทั้งสองก็ควรไปประลองที่ตำหนักสวรรค์ อย่าทำลายคุนหลุนซวีดีกว่าหรือไม่”“ข้าไม่สนใจเท่าไรหรอก” จิ่วอิงอยากจะสู้ที่นี่ เขาจะได้กินคนที่ตายเพราะลูกหลงไปด้วย เช่นนั้นคนที่ตายยิ่งมากยิ่งดี
แต่โจวปินเป็นห่วง “คุณชายอวิ๋นที่สิบสองพูดมีเหตุผล ท่านชอบต่อสู้เช่นนี้ เราไปสู้ที่ตำหนักสวรรค์ให้สาสมใจดีกว่า”“ชิ” จิ่วอิงเดินกลับไปข้างกายเยี่ยนอวี๋ ไม่มองโจวปินแม้แต่น้อยถึงอย่างไรก็กินคนไม่ได้ ขี้เกียจสู้…โจวปิน “…”เขารู้สึกถูกดูแคลน ทนไม่ไหวแล้วทว่าคุณชายอวิ๋นที่สิบสองพูดต่อไปว่า “ในเมื่อฮูหยินน้อยเป็นผู้ฝึกตนอิสระ คงไม่เคยลงทะเบียนเข้าสำนักเซียน เพื่อรับของสัมมนาคุณที่มอบให้เทพเซียนระดับมหาเทพขึ้นไปใช่หรือไม่ขอรับ”“มีหรือไม่มีก็ได้” เยี่ยนอวี๋กล่าวอย่างไม่สนใจนัก ถึงอย่างไรจะมีหรือไม่มีก็แกร่งเช่นนี้แล้วทำเอาผู้แข็งแกร่งที่มุงดูอิจฉาตาร้อนไปหมด…ทุกคนรู้ว่าสำนักเซียนมอบทรัพยากรอันอุดมสมบูรณ์ให้เหล่าท่านที่อยู่เหนือมหาเทพเพื่อกราชับความสัมพันธ์ สุดท้ายคนอื่นเขากลับไม่อยากได้ นี่มันช่าง…นักฝึกฌานบางคนอดพูดความในใจออกมาไม่ได้ว่า “ฮูหยินน้อย ท่านไม่เอาก็เอามาทำความดีในเมืองก็ได้ ทำบุญกุศล แบ่งให้พวกเราเถอะ”
“ใช่แล้ว ทำบุญทำทาน ไปรับเถอะแล้วให้พวกเรา พวกเราไม่รังเกียจ ยัง