าข้าไปหรือ”“นายท่านไปแล้ว” อินหลิวเฟิงจำเป็นต้องพูดความจริง“แงงงง…” ซีหวังหมู่รู้สึกเสียใจเกินไปแล้ว
เซ่าเฮ่าทนดูไม่ไหว เขาไปพูดกับเยี่ยนชิงที่ ‘ตกใจ’ จนอ้าปากค้าง “ท่านลุงเยี่ยน ไปเถอะ อย่าสนใจพวกเขาเลย”“เดี๋ยวนะ ทำไมเม่ยเอ๋อร์จึงเข้าไปได้ หรือว่าข้าควรลองดู” เยี่ยนชิงพูดพลางทำท่าจะไปลองจริงๆ แต่ถูกเยี่ยนจื่อเยี่ยจับไว้อย่างรวดเร็ว “ท่านพ่อ อย่าสร้างปัญหา”“พูดเช่นนี้ได้อย่างไร ท่านพ่อเจ้าตอนนี้เป็นถึงมหาเทพ อย่ามาขวาง ข้าจะลองดู ข้าจะไปช่วยเสี่ยวอวี๋เอ๋อร์” เยี่ยนชิงคิดว่าตนเองทำได้แต่ว่า… จางอวิ๋นเมิ่งเรียก “พี่ชิง”“ไม่ไปก็ไม่ไป” บทจะขี้ขลาดก็ขี้ขลาดทันทีเยี่ยนจื่อเยี่ยเห็นดังนั้นก็อดหัวเราะไม่ได้ ท่านพ่อจอมซุกซนคนนี้…นี่ก็เป็นความคิดบัดนี้ของเยี่ยนอวี๋ นางยังไม่ ‘จากไป’ อย่างสิ้นเชิง ถึงอย่างไรก็กำลังรอค่ายกลผนึกอยู่ ดังนั้นนางยังคงได้ยินเสียงสนทนาของพวกเขา“ฮี่…” เด็กน้อยที่มองข้อมือของตนอย่างมีความสุข เขาก็ไม่ได้สนใจอะไรทั้งนั้น เอาแต่มองแสงสีม่วงบนข้อมือของตนเองอย่างดีอกดีใจ
เยี่ยนอวี๋มองเด็กน้อยน่ารักน่าชังอดจูบไม่ได้ “ดีใจเช่นนี้เลยหรือ”“ฮี่…” เยี่ยนเสี่ยวเป่ายิ้มไม่หุบ เขาสัมผัสได้ว่าในแสงมีท่านพ่ออยู่นี่นาทว่า… เยี่ยนเสี่ยวเป่าที่กำลังลูบข้อมือของตน เขายังพูดกับท่านแม่ว่า “เป่าหิว”เยี่ยนอวี๋จึงหยิบถุงงามวิจิตรใบหนึ่งออกมาและหยิบซาลาเปาอิงอิงลูกหนึ่งออกมาให้เด็กน้อยทานรองท้