ฟิงกล่าวจริงๆ ว่า “ครั้งนี้ข้าไม่ได้ตั้งใจจริงๆ แค่ปากเสีย ไม่ได้มีเจตนาอื่น คำพูดของเด็กรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อย่าได้ถือสา”“เจ้าคิดว่าเจ้าคือท่านเสี่ยวเป่าหรือ” กู้จื่อเฟิงกลอกตา“มิบังอาจ” อินหลิวเฟิงกล่าวด้วยสีหน้าจริงจังว่า “ท่านเสี่ยวเป่าเก่งกาจเช่นนั้น ข้าสู้เขาไม่ได้แม้แต่น้อย”กู้จื่อเฟิง “…”เขาไม่ได้หมายถึงเรื่องนี้เสียหน่อย เขาหมายถึงอายุต่างหากเจ้าวิหคทมิฬตัวนี้กลับชาติมาเกิดเป็นสัตว์ปีกไร้สมอง
ทว่าอินหลิวเฟิงผู้ไร้สมองยังกล่าวต่อไปด้วยสีหน้าจริงจังว่า“ตอนนี้เห็นทีเราคงหนีไม่พ้นการแตกร้าว หลุมศพนั่นคือตัวปัญหาจริงๆ”เทียนตี้ที่คิดถึงเรื่องนี้แล้วก็พยักหน้า “ข้าจะไปจำศีล จะพยายามหาวิธีแก้ไขให้ได้ พวกเจ้าดูแลอาจารย์ให้ดี โดยเฉพาะเสี่ยวเป่า อย่าให้เขาร้องไห้”“เรื่องนี้…” อินหลิวเฟิงบอกว่าอันหลังนี่น่าจะยากเยี่ยนชิงกลับรับปากว่า “วางใจเถอะ เสี่ยวเป่าเป็นเด็กดี หากเขาตื่นขึ้นมา ข้าจะคุยกับเขาดีๆ เอง”“รบกวนท่านลุงเยี่ยนแล้ว”“เทียนตี้เกรงใจแล้ว ก่อนหน้านี้ยังไม่ได้ขอบพระทัยท่านที่ช่วยชีวิตไว้”“ใช่แล้ว ขอบพระทัยเทียนตี้ที่ช่วยสามีหม่อมฉัน” จางอวิ๋นเมิ่งเองก็ปริปาก นางรู้สึกขอบคุณเทียนตี้จริงๆ หากไม่ใช่เพราะเทียนตี้อำพรางตนเป็นสามีนาง นางอาจจะต้องลาจากสามีไปตลอดกาลและในครานี้คือนางมีชีวิต ส่วนเขาตายจุดจบเช่นนั้น… จางอวิ๋นเมิ่งแค่คิดก็หายใจไม่ออกแล้วตอนตาย ‘ชาติที่แล้ว’ นางเกือบจะทำสิ่ง