้านี้ด้วยนี่มัน…เยี่ยนอวี๋กอดสองพ่อลูกไว้แน่น ในขณะเดียวกันก็ม้วนตัวท่านแม่และท่านพี่ก่อนจะออกคำสั่งว่า “เร็วกว่านี้”“ได้”ซีหวังหมู่และเทียนตี้ขานตอบ พวกเขาเร่งความเร็วขึ้นแล้ว แต่ว่า…ซู่
ซีหวังหมู่ที่ถูกจับหางไว้ทำท่าจะร่วงลงไปเทียนตี้ดึงมันไว้ทันที “เกิดอะไรขึ้น”“โอ้ เกือบจะลืมไปแล้วว่ายังมีเชลยอยู่ที่หาง” ซีหวังหมู่ลากโลกีผู้น่าเวทนาออกมาจาก ‘ปาก’ ของสิ่งมีชีวิตไร้สติปัญญาจึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าที่หางของตนยังมัดเชลยไว้คนหนึ่งโลกีอยากจะร้องไห้ เขาถูกสิ่งมีชีวิตไร้สติปัญญา ‘อม’ หลายครั้งแล้ว หากไม่ใช่เพราะซีหวังหมู่ดึงเขาออกมาได้ ‘ทันเวลา’ ทุกครั้งเขาคงถูกกลืนกินไปแล้วแต่โลกีอยากจะพูดจากใจจริงว่าเขายอมถูกกลืนกินดีกว่าถูกลากไปอย่างไม่สามารถต่อต้านได้ พร้อมจะตกลงไปในปากของสัตว์ประหลาดได้ทุกเมื่อเช่นนี้ดังนั้นครานี้เมื่อถูก ‘คาย’ ออกมาอีกครั้ง โลกีทนไม่ไหวอีกแล้วเขาตะโกนขึ้นว่า “ปล่อยข้าซะ อย่างน้อยก็สำรวจทางให้พวกเจ้าได้”ทว่าโลกีเพิ่งตะโกนเสร็จ เขาก็พบว่าเขาเป็นอิสระแล้วนี่มัน…“หลุดแล้ว?”ซีหวังหมู่ชะงัก มองหาง ‘เปลือยเปล่า’ ของตนเอง
ที่แท้การกลืนกินของสิ่งมีชีวิตไร้สติปัญญาเหล่านั้นกลืนกินกลิ่นอายเหี้ยมโหดที่มัดตัวโลกีไว้หมดแล้ว แต่เนื่องจากประสาทสัมผัสทั้งห้าถูกกดทับไว้จนแทบจะไม่เหลือ เขาจึงไม่รู้สึกตัวเลยดังนั้นไม่ว่าจะเป็นซีหวังหมู่หรือโลกีตัวเขาเองล้วนไม่พบเรื่องนี้จนเมื่อบัดนี้โล