เมื่อได้ประจักษ์แก่สายตาถึงเงามายามังกรทองคำที่ส่องแสงเจิดจรัสลอยตระหง่านอยู่เหนือศีรษะของสวีหมิง
ทั่วทั้งสนามประลองก็ตกตะลึงจนอ้าปากค้าง บรรยากาศเงียบกริบไปชั่วขณะดั่งเวลาถูกหยุดนิ่ง!
“มังกร? นั่นมัน… มังกรตัวจริงใช่หรือไม่!?”
“สวรรค์ช่วย! แรงกดดันมังกรนี้น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก ขนาดข้านั่งอยู่ชั้นยี่สิบกว่ายังสัมผัสได้ถึงความหนาวเหน็บที่ไขสันหลัง!!”
“เจ้าเด็กสวีหมิงนี่มันเป็นตัวอะไรกันแน่? เหตุใดถึงสามารถอัญเชิญเงามายามังกรระดับนี้ออกมาได้?”
…
เสียงฮือฮาระเบิดขึ้นทั่วทั้งสนามราวกับภูเขาไฟปะทุ ผู้คนนับหมื่นต่างเบิกตากว้างและอุทานออกมาด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด
บนที่นั่งกิตติมศักดิ์
“ลุยเลยหมิงเอ๋อร์!”
จางอวิ๋นยกยิ้มที่มุมปาก แววตาฉายแววภาคภูมิใจ “จงแสดงให้โลกได้ประจักษ์ถึงความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเจ้า!”
บนเวทีประลอง
“เล่นปาหี่อะไรของแก!”
หนานไคอวี่ที่ตกตะลึงไปชั่วครู่ได้สติกลับคืนมา เขาแค่นเสียงดูแคลนเพื่อข่มความหวาดหวั่นในใจ
กลิ่นอายระดับ ‘สร้างรากฐานขั้นสูงสุด’ ระเบิดออกมาดั่งพายุคลั่ง ขับไล่แรงกดดันมังกรที่กดทับร่างกาย พร้อมกับยกกระบี่สีดำทมิฬขึ้นสูง
“ดูข้าฟันมังกรปาหี่ของเจ้าให้ขาดเป็นสองท่อน!!”
เขา