“แหม” ซีหวังหมู่เพิ่งจำได้ว่าหางของนางแขวนคนๆ หนึ่งไว้อยู่เพราะเขาอยู่นิ่งและเชื่อฟัง ไม่เคยดิ้นเลย จึงไม่เคยทำให้มันตกใจอินหลิวเฟิงที่เพิ่งนึกถึงโลกีบุคคลคนนี้ เขาก็ยิ้ม “หากเจ้าไม่พูดข้าคงลืมไปแล้วว่าเรายังมีเครื่องมือนำทาง”เมื่อคิดได้ดังนี้ เขาก็ไม่รู้สึกหวาดกลัวแล้ว ไม่ว่าไปไหนก็รู้สึกปลอดภัย“ทุกท่าน โดยเฉพาะกูไหน่ไน ข้าเคยโกหกท่านเพียงครั้งเดียวถึงกับต้องมัดไว้ไม่ปล่อยเช่นนี้หรือ” โลกีอยากจะร้องไห้จริงๆ แล้ว“ให้ข้ากลับแอตแลนเป็นนักพรตผู้สง่างามได้หรือไม่”“เพ้อเจ้อ” ซีหวังหมู่ที่สะบัดหาง มันก็สะบัดโลกีไปข้างหน้าเยี่ยนอวี๋ “นายท่าน ประเดี๋ยวถึงพื้นแล้ว เราโยนเขาเข้าไปสำรวจทางเถอะ รู้สึกเยี่ยมไปเลย”“ได้” เยี่ยนอวี๋อนุมัติโลกีอยากจะร้องไห้แล้วจริงๆ “กูไหน่ไน…”“หากทนได้ตลอดทางแล้วเจ้ายังมีชีวิตอยู่ ข้าจะปล่อยเจ้าไป”เยี่ยนอวี๋ยื่นข้อเสนอให้ โลกีพูดไม่ออก ไม่รู้ว่าควรดีใจหรือเสียใจดี
พูดตามตรง ตลอดทางที่เขาตามมา เขารู้สึกได้ว่าหลุมศพแห่งนี้ไม่ใช่สถานที่ที่ชั่วร้ายธรรมดา กลิ่นอายรอบทิศมักจะทำให้เขารู้สึกขนลุกขนชันมิหนำซ ้า… โลกีจำเป็นต้องพูดว่า “พวกเจ้าไม่คิดหรือว่ากรงเล็บโครงกระดูกเหล่านั้นต้องการขับไล่พวกเจ้าออกไป หมอกผีเหล่านี้ในยามนี้กำลังนำทางพวกเจ้า”กู้จื่อเฟิงกลอกตาใส่โลกี เพราะว่าหลักการพื้นๆ เท่านี้ เขาย่อมรู้ดี เขาเชื่อว่าสามีสองคนที่อยู่ข้างหน้าก็รู้ เพียงแต่ว่า พวกเขาพร้อม