ฟังจนงุนงง เขาก็กำลังเล่นกระบี่น้อยและค้อนจิ๋วของเขาแล้ว เมื่อได้ยินพ่อแม่พูดถึงเขาในครานี้ เขาจึงหยุดเล่นและมองท่านพ่อและท่านแม่ของเขาอย่างงงงวยเยี่ยนอวี๋จึงอุ้มเด็กน้อยเข้ามาจูบสองสามที “ข้าอยากเจอครอบครัวของสามี อยากเห็นอดีตของเจ้า หากเป็นไปได้ ให้ข้าดูภาพวาดตอนเด็กของเจ้าหน่อยนะ ข้าอยากดูว่าเหมือนเสี่ยวเป่าหรือไม่”ต้าซือมิ่งที่เม้มปากเล็กน้อยเงียบไม่พูดอะไร เขาไม่อยากให้ภรรยารู้ว่าตนเองตอนเด็กเป็นเด็กหัวโล้นเหมือนกัน แต่ภรรยายอมกลับบ้านกับตนเอง เขาก็ดีใจมากแล้ว
ต้าซือมิ่งจูบภรรยาเบาๆ เปลี่ยนเรื่องคุยว่า “จัดการตาแก่ห้าคนนั่นให้ได้ก่อน เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ก็จะได้นอนเป็นเพื่อนข้า จากนั้นก็จะรู้ทุกเรื่อง”เห็นได้ชัดว่าคำว่า ‘นอนเป็นเพื่อน’ สามคำนี้เน้นเสียงหนักเป็นพิเศษเยี่ยนอวี๋ฟังออกแล้ว…นางจูบริมฝีปากอันเย้ายวนของสามี น ้าเสียงเผยความเกียจคร้านโดยไม่ตั้งใจ “แล้วก็คลอดเสี่ยวเป่าอีกคนหนึ่งหรือ”“อ้ะ?” เยี่ยนเสี่ยวเป่าจับพ่อแม่แยกออกจากกันทันที “อะไร? เป่าอีกคนหนึ่ง?”ต้าซือมิ่งที่ถูกภรรยาเย้าแหย่จนใจเต้นอย่างรุนแรง เขาก็ไม่ได้สนใจลูก เขากอดเอวของภรรยาไว้แน่นกว่าเดิม“ใช่”หลังจากจัดการเรื่องพวกนี้เสร็จแล้ว เขาต้องทบทวนกระบวนการสร้างลูกอีกสักครั้งทว่า…เพียะ
ต้าซือมิ่งที่พูดจบก็ถูกตีทันที เขาถูกลูกแย้งว่า “ไม่เอา เป่าแล้วหรือ คน ใจร้าย”พรวด เยี่ยนอวี๋หัวเราะต้าซือมิ่งที่ถูกตีและถูกว่า เขารว