ชน์ดังเช่นเมื่อสามหมื่นปีก่อน
เจ้าแซ่หรงสมควรตายคนนี้ ไม่รู้ว่าเขามาจากไหนกันแน่ ยังเข้ามาพัวพันกับปฐมราชินีอีกเมื่อคิดได้ดังนี้… พลังของเทพทั้งห้าก็ยิ่งทวีความเย่อหยิ่งและพลุ่งพล่านขึ้น มีท่าทีเหมือนกับจะทำลายจิตเหนือสำนึกของต้าซือมิ่งในทันทีแต่แล้ว… บัดนี้ เยี่ยนอวี๋ที่ร่างพลังวิญญาณจางจนเกือบจะไม่เห็นร่องรอยแล้ว นางก็สลายพลังวิญญาณของตนเองเข้าไปในทุกอณูของจิตเหนือสำนึกของสามีนาง เหมือนกับที่สามีนางพานางไปสัมผัสจักรวาลทางเหนือ นางผสานเข้าไปในอนุสติของเขาได้อย่างเต็มที่ไม่ได้เร่งรีบที่จะไล่แสงผิดปกติเหล่านั้นออกไปแม้นางจะรู้ว่า แสงเหล่านี้ในบัดนี้ได้ก่ออันตรายแก่สามีของนางแล้วก็ตาม นางก็ไม่รีบร้อน และห้ามรีบร้อน เพราะนางรู้ว่าผลจากการลงมืออย่างฉุกละหุกจะทำให้อนุสติของภรรยานางบาดเจ็บเหมือนที่นางเคยพูดไว้ แต่ว่าคำว่า ‘สามีภรรยาร่างเดียวกัน’ ย ้าเตือนนางดังนั้น ‘สนามรบ’ ในบัดนี้คือสนามรบของเจ้าตัวน้อยพรวด…ต้าซือมิ่งที่ร่างกายอาเจียนเป็นเลือดไม่หยุด ทำเอาศีรษะของเด็กน้อยถูกย้อมเป็นสีแดง เขาตกใจใหญ่ “อ้ะ อ้ะ พ่อ ปิด ปาก”
เด็กน้อยที่พูดพลางเปล่งแสงหมอกสีม่วงทั่วเรือนร่างทำท่าจะบินขึ้นไปปิดปากของท่านพ่อไว้ กระวนกระวายใจจะตายอยู่แล้ว ศีรษะของเขาท่วมไปด้วยเหงื่อเฟนเลย์รีบหยิบต้น(อ่อน)แห่งชีวิตออกมา “นายน้อย ให้ต้นไม้แห่งชีวิตช่วยเถอะ”ต้นอ่อนที่คัดค้านในใจมีน ้าไหลออกมาทันที มันคือน ้าตาแห่