งความโศกเศร้าเอ้อร์เหมาเห็นดังนั้นจึงคิด ขาดก็แต่บรรเลงดนตรีด้วยเอ้อร์หูประกอบแล้ว เขารู้สึกอนาถมาก…ทว่าเยี่ยนเสี่ยวเป่าไม่ได้ต้องการใช้ต้นไม้แห่งชีวิต “ไม่ ใช้”เฟนเลย์จึงได้แต่เก็บต้นอ่อนกลับมา“ดอกไม้ ดอกไม้ไง” เด็กน้อยเรียกดอกไม้น้อยๆ ของเขาทว่าเขาเพิ่งจะเรียกออกมา ทุกคนก็กำลังคิดว่าไม่ควรเรียกด้วยวิธีเช่นนี้ เยี่ยนจื่อเยี่ยถึงกับจะเตือนเด็กน้อยว่าควรต้องใช้วิธี ‘คิด’หรือไม่ทว่า…ฟริ้งๆ…
ดอกไม้สีม่วงช่อหนึ่งบานไปทั่วร่างกายของต้าซือมิ่ง เหมือนกับว่าทั่วร่างกายของเขาบานสะพรั่งไปด้วยดอกไม้มิหนำซ ้า ไม่ใช่เพียงร่างกายที่ดอกไม้กำลังบาน มันบานแม้แต่ในจิตเหนือสำนึกถึงอย่างไรเยี่ยนอวี๋ก็รับรู้ถึงกลิ่นอายของเจ้าตัวน้อยตัวนุ่มนิ่มแล้ว “ลูก?”“อ้ะ” เด็กน้อยที่ได้ยินจริงๆ ก็เรียกท่านแม่เขา “แม่?”จากนั้นเยี่ยนอวี๋ที่ลืมตาขึ้นในอนุสติของต้าซือมิ่ง นางก็เห็นเด็กน้อยอวบอ้วนที่เปล่งแสงได้ ไม่รู้ว่าเข้ามาตั้งแต่เมื่อใด“แม่” เมื่อเยี่ยนเสี่ยวเป่าเห็นร่างจางๆ ของท่านแม่ก็ดีใจมากเขาเพิ่งมายังสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยที่เป็นสีขาวโพลนแห่งนี้ รู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อย หากไม่ใช่เพราะรู้สึกว่าที่นี่มีแต่กลิ่นอายของท่านพ่อเขา เขาคงไม่กล้ามา แต่ว่า…เยี่ยนอวี๋เตือนขึ้นว่า “เสี่ยวเป่าอย่าหัวเราะ” เดี๋ยวก็หัวเราะตื่นหรอก“ขอรับ” เยี่ยนเสี่ยวเป่าที่รีบหุบยิ้มก็ปิดปากไว้ทันที ดวงตาโตคู่หนึ่งโค้งเป็นพระจันทร์เสี้ยว ร่างกาย