่างพลังวิญญาณของตนออกมาก่อนจะผสานเข้าไปในจิตเหนือสำนึกของสามีนางเพียงครู่หนึ่ง เยี่ยนอวี๋ก็รู้สึกว่าตนเองเข้าไปในทะเลหมอกไร้ที่สิ้นสุดแห่งหนึ่ง เห็นได้ชัดว่านี่ก็คืออนุสติของสามีนางแล้ว
ขณะที่เยี่ยนอวี๋สำรวจรอบทิศ นางก็รู้สึกมือเย็นเล็กน้อย และมีอาการสั่นอย่างบอกไม่ถูกพร้อมกับการปรากฏตัวของสามีนาง เยี่ยนอวี๋ถึงกับรู้สึกตัวสั่นด้วยสัญชาติญาณ รู้สึกชาไปทั้งตัว ทำให้นางแทบจะหมดแรงจนต้องพิงตัวสามีไว้ ทว่าสภาพของต้าซือมิ่งเองก็ไม่ต่างจากนางเท่าไร “เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์”“อืม”เสียงของทั้งสองแหบแห้งเล็กน้อย นี่เป็นเพราะการรับรู้ของร่างพลังวิญญาณจะไวต่อความรู้สึกมากกว่าร่างกาย โดยเฉพาะตบะของพวกเขาทั้งสองที่สูงเช่นนี้และยังรักกันเช่นนี้ดังนั้น… หรงอี้สูดหายใจเข้าลึกก่อนจะข่มความรู้สึกแย่ๆ นั้นไว้ได้ในขณะเดียวกัน…วิ้งเยี่ยนอวี๋เห็นว่าท่ามกลางทะเลหมอก มีแสงสีเขียวและสีฟ้าดำคล ้ากำลังบุกรุกเข้ามา?“เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ช่วยจัดการพวกเขาให้ข้าที ข้าจะไปแหล่งกำเนิดแสงเพื่อเรียกพลังของข้ากลับมา” นี่คือแผนการรับมือของหรงอี้ ไม่เพียงแค่ต้องต่อต้านและยังต้องเก็บพลังของตนเองคืน
เยี่ยนอวี๋กลับจับมือของสามีไว้แน่น “แต่ว่าข้า…” นางจะพูดว่านางกลัวว่าตนเองจะทำไม่ได้ ถึงอย่างไรที่นี่ก็คือจิตเหนือสำนึกของสามีนาง พลังจากภายนอกของนางจะทำให้เขาบาดเจ็บได้แต่ว่า… หรงอี้ที่หันไปจูบหน้าผากของภรรยาก็พูดด้วยเสียงแหบแห้งว่า “สามี