กสอบปากคำอยู่ดีทว่าเยี่ยนอวี๋ก็ไม่ได้รีบไป หลังจากที่นางเช็ดน ้าตาเสร็จแล้วยังคงต้องตรวจชีพจรของต้าซือมิ่งดูก่อน แม้เด็กน้อยจะกำลังรักษาให้ท่านพ่ออยู่ตลอดเวลาก็ตาม นางยังคงต้องจับดูจึงจะวางใจ“บาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ไม่เป็นไร” ต้าซือมิ่งที่ลุกขึ้น สภาพดูไม่เลว เพียงแค่สีหน้าซีดขาวไปเล็กน้อยอินหลิวเฟิงอดถามไม่ได้ว่า “ต้าซือมิ่ง ปัญหาเดิมๆ หลังจากแสดงอิทธิฤทธิ์แล้วอาเจียนเป็นเลือดทุกครั้ง เมื่อใดจึงจะหายหรือ”ต้าซือมิ่งที่ได้ยินคำว่า ‘ปัญหาเดิม’ ก็ขมวดคิ้วย้อนถามว่า “มันไม่ใช่ปัญหาที่เพิ่งเป็นช่วงนี้หรือ” อะไรคือการบอกว่าปัญหาเดิม…
“ไม่ใช่” เยี่ยนอวี๋ปฏิเสธอย่างไร้ความปรานี “เจ้าอาเจียนเป็นเลือดบ่อยมากจริงๆ”ขณะที่ต้าซือมิ่งกำลังจะอธิบายว่าเมื่อก่อนอาเจียนเสร็จก็หายเขาไม่ได้อ่อนแอแต่ว่า… เจ้าตัวน้อยปริปากเหน็บแนมด้วยว่า “นั่นน่ะสิ”หรงอี้ “…”“ดังนั้นเสี่ยวเป่าต้องรักษาให้ท่านพ่อเจ้าดีๆ นะ” เยี่ยนอวี๋ลูบเด็กน้อย รู้สึกโชคดีที่เด็กน้อยมีพรสวรรค์ วิชารักษาแกร่งกว่าท่านแม่คนนี้เล็กน้อย“ขอรับ” เยี่ยนเสี่ยวเป่าพยักหน้าอย่างจริงจัง เขาบินไปบนศีรษะของท่านพ่อเขาและใช้แสงหมอกรักษาท่านพ่อเขาต่อไป ยังปลูก‘ต้นหญ้า’ เขียวขจีเต็มศีรษะของท่านพ่อด้วยเอ้อร์เหมาพยายามอดไว้แล้วอดไว้อีก กว่าจะกลืนคำว่า ‘หมวกสีเขียว[1]’ ลงไปได้ถึงอย่างไร…วิ้งเจี่ยนชิวในตำหนักผีก็เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว“ไป”
เยี่ยนอวี๋นำทุกคนไปยังตำห