งไร กู้จื่อเฟิงสงสัยในตัวเจ้า เจ้าก็แค่ปล่อยยมทูต
ดำออกมา ความสงสัยทั้งหมดในตัวเจ้าย่อมหายไปเอง เหตุใดต้องอ่อนไหวเช่นนี้ด้วย”“นี่เรียกว่าอ่อนไหวหรือ นี่คือการสงสัยในตัวข้า! ข้าเจี่ยนชิวรู้สึกผิดหวังนัก!” เจี่ยนชิวพูดอย่างเฉียบขาด จู่ๆก็น ้าตาไหล “ช่างเถอะถึงอย่างไรมหาสงครามเทพและมารก็ผ่านไปหลายปีแล้ว ข้าไม่ใช่เทพแห่งสายฝนเจี่ยนชิวในครานั้นแล้ว แต่เป็นกุ่ยหมู่ที่เศร้าหมอง”อินหลิวเฟิงได้ยิน ‘คำประกาศ’ อันเสแสร้งเช่นนี้ก็มั่นใจว่ากู้จื่อเฟิงไม่ได้ยิงธนูโดยไร้เป้า เขาเอ่ยตำหนิทันทีว่า “ก็แค่ให้เจ้าปล่อยงูตัวหนึ่งออกมา เจ้าพล่ามมากมายเช่นนี้ทำไม เป็นโจรแล้วรู้สึกผิดหรือ เจ้าปล่อยไปแล้วจริงๆ!?”เพียงแต่ว่า… อินหลิวเฟิงเพิ่งพูดจบฟ่อ!งูสีดำตัวหนึ่งแลบลิ้นออกมาหมายจะฉกเขา!“ระวัง!”กู้จื่อเฟิงจะดึงเขาออกไป เขารู้ว่าอินหลิวเฟิงเจ้าทึ่มคนนี้คงไม่รู้ตัวว่าในสายเลือดของตนมีศักยภาพที่แข็งแกร่งมากเพียงใด อาจจะถูกกัดได้จริงๆแต่แล้ว… อินหลิวเฟิงไปแอบข้างหลังเขาแล้ว “มารดามันเถอะ!ข้าตกใจหมด! นี่มันตัวอะไรกัน”
กู้จื่อเฟิง “…”เจ้าหมอนี่มีศักยภาพไม่ธรรมดาจริงๆ อย่างน้อยก็หนีเร็วไร้เทียมทาน“นี่ก็คือยมทูตดำ” ยมราชจำเป็นต้องพูดขึ้นว่า “เห็นทีจะเข้าใจกุ่ยหมู่ผิดแล้ว”เจี่ยนชิวเชิดศีรษะขึ้นเล็กน้อยอย่างหัวรั้นมองไปที่เยี่ยนอวี๋ “ไม่ทราบว่านายท่านยังมีคำสั่งอื่นใดอีกหรือไม่เพคะ”เยี่ยนอวี๋ขมวดคิ้วมองไปที่ชายข้างก