นคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องกฎแห่งกรรมหรือ”“?” เจี่ยนชิวที่ถูกถามก็งงงัน ตอบส่งๆ ไปว่า “มีเหตุย่อมมีผล คงเป็นเช่นนี้”“เช่นนั้นสิ่งที่ปฐมราชินีได้รับจากการร่วงหล่นก็คงเป็นครอบครัวคนรักและบุตร” กู้จื่อเฟิงตอบไม่นอกประเด็น
เจี่ยนชิวรู้สึกถึงเจตนาร้าย นางมองไปที่กู้จื่อเฟิงด้วยสัญชาติญาณกู้จื่อเฟิงในครานี้ เขากลับกำลังมองปฐมราชินีเยี่ยนด้วยสายตาอ่อนโยน “ก็ดี”เจ้าชอบปฐมราชินีเยี่ยน เจี่ยนชิวที่จู่ๆ ถามกู้จื่อเฟิงผ่านความคิดพลันรู้สึกว่านางอาจจะสามารถใช้ประโยชน์จากเขาได้ดี แต่แล้ว…กู้จื่อเฟิงยิ้ม “กุ่ยหมู่ไม่รู้ความสัมพันธ์ของข้าและปฐมราชินี อย่าได้ทายซี้ซั้ว มิเช่นนั้นต้าซือมิ่งจะไม่พอใจเอาได้”เจี่ยนชิวทำตัวไม่ถูกเพราะว่ากู้จื่อเฟิงไม่ได้ตอบนางผ่านความคิด แต่เขาพูดออกมาอย่างเปิดเผยที่สำคัญคือ ต้าซือมิ่งที่กำลังอุ้มลูก ‘ไม่มีอะไรทำ’ อยู่ไม่ไกลก็ได้ยินแล้วและเอ่ยว่า “ไม่ว่าจะมีความสัมพันธ์อย่างไร ข้าก็ไม่พอใจ”“ไม่พอใจ!” เด็กน้อยเลียนแบบ บอกว่าอยู่ฝ่ายท่านพ่อกู้จื่อเฟิงยังคงพูดอย่างไม่เร็วไม่ช้าว่า “แต่ต้าซือมิ่งก็ไม่ได้ทำอันใดต่อข้าน้อย แต่หากข้าน้อยมีความคิดไม่ดีจริงๆ ท่านคงไม่เกรงใจเช่นนี้แล้ว”“เจ้ายังคิดจะมีความคิดอะไรหรือ” ต้าซือมิ่งที่เลิกคิ้วก็หันมามองกู้จื่อเฟิง สายตาแหลมคมมิอาจคาดเดาได้
กู้จื่อเฟิงโค้งตัวกล่าวว่า “มิบังอาจ และไม่มีประโยชน์มิใช่หรือ ในสายตาของปฐมราชินีมีเพียงท่าน ในสาย