ซือมิ่งยกมือขึ้นลูบศีรษะของเด็กน้อยและเดินเข้าไปตำหนักกุ่ยหมู่พร้อมภรรยาที่อยู่ข้างๆ ในขณะเดียวกันก็คอยสัมผัสไปรอบทิศรวมถึงกุ่ยหมู่ด้วยจนถึงบัดนี้ เขายังไม่รู้สึกว่ากุ่ยหมู่ตนนี้มีสิ่งใดผิดปกติ ส่วนรูปร่างของนางดูเหมือนจะแตกต่างจากที่เขาเห็นในคำทำนายอยู่บ้างแต่เขาก็ไม่อยากจ้องมองนางใกล้ๆ ได้แต่ครุ่นคิดว่าประเดี๋ยวจะส่งภาพที่ทำนายได้ให้ภรรยาดูเพื่อปรึกษากับนางดังนั้น… เจี่ยนชิวที่แต่เดิมคิดว่าต้าซือมิ่งจะคอยจับจ้องมองนางอย่างถี่ถ้วน นางกลับไม่รู้สึกอะไรเลย กระทั่งไม่รู้สึกเลยว่าต้าซือมิ่งแอบมองมาที่นางสักเล็กน้อย
ความรู้สึกเช่นนี้ ทำให้เจี่ยนชิวที่เดิมทีมั่นใจพลันรู้สึกงุนงงในบัดนี้ สงสัยว่าพลังสัมผัสของตนผิดเพี้ยนไปหรือไม่หรือว่าครานั้นไม่ใช่คุณชายหรงที่เห็นนาง แต่เป็นเพียงภาพลวงตา นางยังไม่ถูกค้นพบ?แม้เจี่ยนชิวจะคิดเช่นนี้ตลอดทาง แต่นางก็ไม่ได้เพิกเฉยเยี่ยนอวี๋นางตามเข้าไปด้านในแล้ว “ทำให้ท่านหัวเราะเยาะแล้ว เจี่ยนชิวมีชีวิตในยมโลกที่ดีเพคะ”เยี่ยนอวี๋จึงถามว่า “เหตุใดจึงไม่กลับตำหนักสวรรค์ไปปราชุมยามเช้า”“ท่านต้องการความจริงหรือเพคะ” เจี่ยนชิวกลับตอบเช่นนี้“พูดมา”“คงรู้สึกเก้อเขิน ยิ่งเมื่อหม่อมฉันมาอยู่ยมโลกสามหมื่นปีแล้วหากจะกลับไปอีก สายตาที่มองหม่อมฉันอย่างแปลกประหลาดก็คงยิ่งมีมาก” เจี่ยนชิวตอบ ‘ตามจริง’“ข้าว่านะ ทั้งหมดเป็นเพราะเทียนตี้ หากเขาไม่ได้ตัดสินใจจะแต่งงานกับเจ้า เห