ตุใดจึงต้องพูดออกไปเช่นนั้น ทำเอาทั่วทั้งตำหนักสวรรค์รู้ ทำเอาเจ้าเสียเปรียบและยังถูกซีเหอโกรธแค้น” ซีหวังหมู่รู้สึกเสียเปรียบแทนเจี่ยนชิว
พูดไปพูดมา เป็นเพราะเทียนตี้เจ้าคนห่วยแตกนั่น ถึงอย่างไรซีหวังหมู่ก็คิดเช่นนี้ แต่เจี่ยนชิวรู้สึกว่าไม่ควรพูดอะไร นางจึงได้แต่หลุบตาลงเงียบๆเยี่ยนอวี๋ก็ไม่ได้พูดเรื่องนี้ต่อ นางเห็นว่ามาถึงตำหนักหลักแล้วกุ่ยหมู่รีบพาเข้าไปและให้เหล่าผีน้อยยกน ้าชามาให้แขกผู้มีเกียรติทั้งหลาย ในขณะเดียวกันก็เชิญเยี่ยนอวี๋และหรงอี้นั่ง“อ้อ ใช่แล้ว” เยี่ยนอวี๋เอ่ยขึ้น “เมื่อครู่นี้ลืมแนะนำอย่างเป็นทางการ หรงอี้สามีข้า เสี่ยวเป่าลูกของข้า”เจี่ยนชิวโค้งตัวคารวะอย่างเป็นธรรมชาติ “คารวะจวินโฮ่ว คารวะนายน้อย”ต้าซือมิ่งเพียงแค่พยักหน้าเล็กน้อย เด็กน้อยก็พูดขึ้นว่า “ลุกขึ้น”มาดผู้ใหญ่ในตัวน้อยๆ นั่น ทำเอาซีหวังหมู่เอ็นดูจนเข้ามาทำท่าจะขออุ้มเขา แต่เขาไม่ให้ กำลังติดท่านแม่ของเขางอมแงมเจี่ยนชิวที่ลุกขึ้นเห็นดังนั้นก็ชม “นายน้อยน่ารักจริงๆ”“แน่นอน” เยี่ยนอวี๋ที่อุ้มเด็กน้อยก็เห็นด้วยอย่างตรงไปตรงมาต้าซือมิ่งที่เพิ่งปล่อยมือนางเห็นดังนั้นก็ยื่นมือข้ามโต๊ะและเก้าอี้มาจับมือของนาง ริมฝีปากก็ยกขึ้นอย่างไม่รู้ตัว
ท่าทาง ‘เปิดเผย’ เช่นนี้ ซีหวังหมู่เห็นจนชินแล้ว ต่างจากเจี่ยนชิวที่ชะงักงันเล็กน้อยก่อนจะยิ้มพูดว่า “เห็นทีได้ยินร้อยครั้งไม่เท่าเห็นด้วยตาเพียงครั้งเดียว ยินดีกับนายท