มกึ่งแซวว่า “แน่นอน คนแรกสุดคือเสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ คนที่ข้าชอบที่สุดก็คือเยวอวี๋เอ๋อร์ ภรรยาของข้าก็คือเสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ เจ้าปลาน้อยเปรี้ยวหวาน ทั้งหวานทั้งเปรี้ยว”เยี่ยนอวี๋กัดชายคนนี้ทันที จะไม่รู้ได้อย่างไรว่าเขากำลังบอกว่านางหึง นั่นก็เป็นเพราะว่าเขายั่วยวนผีเสื้อตัวน้อยเก่งเกินไป ดูผีเสื้อราตรีพวกนี้สิ ไม่รู้ว่าคิดแผลงๆ มาเท่าไรแล้ว
“เนะ?” เยี่ยนเสี่ยวเป่าที่อยากจะพูดอะไร เขาก็ขยับตัวเล็กน้อยบอกว่าเป่ากำลังจะพูดแล้วนะ พ่อและแม่เสร็จหรือยัง เสี่ยวเป่าจะดูแล้วนะเยี่ยนอวี๋ยื่นมือไปลูบเด็กน้อยและรวบตัวเด็กน้อยเข้ามาให้อ้อมอกของนางก่อนจะจูบอีกสองสามที “จะว่าไปแล้ว หากไม่มีเสี่ยวเป่าเจ้าคงต้องรอต่อไป อาจจะยังไม่สำเร็จ เรื่องบัดซบพวกนั้นที่เจ้าก่อข้าคงต้องต่อสู้กับเจ้า”หรงอี้ที่หลุดหัวเราะออกมา เขาก็ลูบเสี่ยวเป่า “นั่นสินะ โชคดีที่มีเสี่ยวเป่า”“เนะ?” เยี่ยนเสี่ยวเป่าที่ดวงตาเป็นประกาย แม้เขายังไม่รู้เรื่องว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคกับเขาในการเชิดหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิ แสดงสีหน้าดีอกดีใจ“ไปกันเถอะ” ต้าซือมิ่งที่จูงภรรยา เขาก็พาสองแม่ลูกเดินไปเปิดประตูตำหนักออก และเดินไปตามความรู้สึก ทำให้พวกเขาได้เจอต้าซือมิ่งผมสีเขียวที่นอนอยู่ในตำหนักตามคาด“อ้ะเนะ อ้ะเนะๆ…” เยี่ยนเสี่ยวเป่ามองท่านพ่อสีเขียวที่นอนอยู่บนเตียง จากนั้นก็มองท่านพ่อสีดำข้างกาย อดร้อง ‘ว้าว’ ออกมาไม่ได้เยี่ยนอวี๋พูดขึ้น