ศรศักดิ์สิทธิ์ในมือไว้แน่น รอโอกาสเงียบๆ และยังคอยส่งพลังเข้าไปยังศรศักดิ์สิทธิ์อย่างต่อเนื่อง นางรู้ว่าโอกาสใกล้มาถึงแล้ว…ในขณะเดียวกัน อินหลิวเฟิงที่คอยสังเกตการณ์ข้างนอก เขาก็รู้สึกประหลาดใจ “เหตุใดหญิงเสียสตินั่นไปแล้วล่ะ”“สู้ไม่ไหวน่ะสิ” ซีหวังหมู่ไม่ได้คิดมาก“สตรีเช่นนี้ข้าพบมามากนัก ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน ้าตา ไม่บรรลุเป้าหมายไม่ยอมแพ้ เว้นแต่นางจะตาย” อินหลิวเฟิงเชื่อมั่นในความคิดของตนเอง และคอยเฝ้าสังเกตต่อไป
เซ่าเฮ่าขมวดคิ้ว “ข้าออกไปดูเอง”“อย่า!” อินหลิวเฟิงรีบห้าม “ตอนนี้เราห้ามออกไป พวกเขากำลังรอให้เราแยกกัน เราจะต้องเกาะกลุ่มกันไว้ อย่าให้โอกาสพวกเขา ในขณะเดียวกันก็ปกปักษ์กูไหน่ไนให้ดี ไม่ใช่สิ…”อินหลิวเฟิงที่ตากระตุกอดถามไม่ได้ว่า “หญิงเสียสติคนนั้นคงไม่ใช่ว่าหาวิธีสกปรกอื่นๆ มาจัดการกับกูไหน่ไนได้แล้วหรอกนะ!”“นายน้อย…” เอ้อร์เหมาถอนหายใจ “ปากของท่าน”อินหลิวเฟิงรีบตบปากตนเองทันที “ถุยๆๆ! คำพูดเด็กอย่าถือสาแต่ว่า… ข้ายังคงเป็นห่วง พวกเจ้าคิดว่านางจะรู้ทางลับอะไรที่เข้ามาข้างในได้หรือไม่ เอลล่าไม่รู้จักกรมความมืดนัก เรายิ่งไม่รู้จัก…”“ข้าจะไปช่วยเม่ยเอ่อร์และอิงหลงเฝ้าเอง” เซ่าเฮ่ารีบไปยังวิหารหลักทันที ระหว่างทางก็คอยสัมผัสรอบทิศอย่างระมัดระวัง แต่เขาคิดไม่ถึงเลยว่าเฟรย์ในบัดนี้ยืนอยู่ข้างหน้าเยี่ยนอวี๋แล้ว เขาย่อมไม่รู้เช่นกันว่าหูจวิ้นที่อยู่ในปราสาทแอตแลนก็ได้รับ ‘ส