บเด็กน้อยเฟนเลย์ที่กระวนกระวายใจ มันเองก็ไม่เข้าใจว่าตนเองในฐานะที่เป็นถึงหมาป่ายักษ์ที่เก่าแก่เหมือนกับจักรวาลแอตแลน เหตุใดจึงต้องกลายเป็นพ่อเลี้ยงคอยมาเป็นห่วงเป็นใยแทนผู้อื่นด้วยไม่มีอะไร คือสัญชาติญาณล้วนๆ
เฟนเลย์ที่ยอมจำนนได้แต่พูดขึ้นอีกครั้งว่า “เช่นนั้นข้าไปเก็บผลไม้ นายน้อยอยู่นิ่งๆ นะ อยู่ในวงแหวนนี่นะแล้วก็ห้ามรบกวนท่านพ่อด้วย เข้าใจหรือไม่ขอรับ”“อือ…” เยี่ยนเสี่ยวเป่าตอบอย่างเชื่อฟังเฟนเลย์รู้สึกได้ว่านายน้อยทั้งเชื่อฟังและวางใจได้ เฟนเลย์จึงไปเก็บผลมะเดื่อส่วนเด็กน้อย เขาก็เข้าใกล้ท่านพ่อเข้าต่อไปและยังถามอย่างจริงจังว่า “พ่อ อุ้มเป่า ได้หรือไม่”ต้าซือมิ่งย่อมไม่ตอบสนองใดๆ…เยี่ยนเสี่ยวเป่ากะพริบตาปริบ “ไม่พูด เท่ากับ ตกลง! ฮี่…”เด็กน้อยที่หัวเราะเริงร่าก็คลานไปข้างๆ ขาของท่านพ่อและค่อยๆเข้าใกล้ท่านพ่อเขาอย่างระมัดระวัง อันที่จริงหรงอี้กังวลเกี่ยวกับเด็กน้อยอยู่ตลอดเวลา แม้เขาจะกำลังจำศีล แต่ริมฝีปากอันเย้ายวนของเขาก็ยกขึ้นเล็กน้อยแล้วจากนั้น… เฟนเลย์ที่เก็บผลมะเดื่อกลับมา มันก็ต้องตกใจจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง “นายน้อย…”เด็กน้อยที่นอนบนตักของท่านพ่อเขาย่อมไร้ซึ่งการตอบสนองใดๆ เด็กน้อยนอนหลับลึกราวกับลูกหมูตัวน้อยไปแล้ว
เฟนเลย์น ้าตาจะไหล มันมองลูกพี่ท่านนี้อยู่ครู่หนึ่ง พบว่าลูกพี่ท่านนี้ไม่ได้โมโห และไม่มีทีท่าว่าจะผลักใสเด็กน้อยออกไป มันจึงคิดว่าตนเองควรเข้าไปคาบเจ้า