ไรแล้ว ดังนั้นขณะที่นางปลอบเด็กน้อย รอบกายนางก็แผ่ซ่านหมอกและแสงสีม่วงหม่นออกมาจากนั้น…
หึ่งเยี่ยนอวี๋ที่ราวกับกลายเป็นแสงไปแล้ว นางก็ดำดิ่งลงไปยังแท่นบูชาทันทีทว่าแทบจะในเวลาเดียวกันนั้นเองซู่ซู่…ลวดลายบนแท่นบูชาสว่างไสวขึ้นมา แท่นบูชาถูกรัศมีสีขาวอันบริสุทธิ์ปกคลุมในทันที เยี่ยนอวี๋เองก็ถูกแสงเหล่านี้ปกคลุมไว้ในทันใด ทำให้นางไม่สามารถดำลงไปได้ เพราะว่าลวดลายที่สว่างขึ้นบนแท่นบูชาเหล่านี้คือลวดลายบนโลงศพที่ต้าซือมิ่งใช้ผนึกตนเองแม้จะไม่เหมือนกันทั้งหมด แต่ก็แข็งแกร่งและลึกลับมากและแทบจะในเวลาเดียวกันนั้นเอง ชั้นแสงสีม่วงอร่ามที่ต้าซือมิ่งกางไว้ปกป้องตนเองก็หายไปสิ้นเชิงมิคาเอลเองที่ถอดเสื้อผ้าจนเหลือเพียงชุดชั้นในตัวน้อย แสงสีขาวทั่วเรือนร่างสว่างไสวและบริสุทธิ์ยิ่งกว่าเดิม แสงเหล่านี้กำลังจะปกคลุมต้าซือมิ่งไว้แล้วส่วนเยี่ยนอวี๋… นางถูกขวางไว้ หัวใจนางหยุดเต้นชั่วขณะราวกับมีลางสังหรณ์ไม่ดี “สามี”“พ่อ”
เหมือนกับว่าเด็กน้อยจะสัมผัสบางสิ่งได้เช่นกันจึงตะโกนเรียกอีกครั้งทว่าไม่มีเสียงตอบรับใดๆ ลวดลายบนแท่นบูชาสว่างเจิดจ้ายิ่งกว่าเดิม มันปิดผนึกแท่นบูชาไว้อย่างแน่นหนา ไม่มีช่องว่างแม้แต่น้อยเหตุการณ์นี้ทำให้เยี่ยนอวี๋… จู่ๆ ก็ตะโกนเรียกมิอาจกลั้นไว้ได้“หรงอี้!”นางรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีและลางสังหรณ์ของนางไม่เคยผิดเยี่ยนอวี๋จึงรู้สึกหวาดวิตก จู่ๆ นางก็รู้สึกเสียใจ ไม่ควรปล่อยให้สามีจากไปเช