สียสติน่ะ ทำให้ข้าจับสองแม่ลูกไม่ได้”“ไม่เป็นไร ข้าว่าพวกเขาคงมุ่งไปทางต้าซือมิ่ง รนหาที่ตายชัดๆ”อินหลิวเฟิงไม่กังวลแม้แต่น้อย เขาเหยียบเอลล่าที่กำลังจะตาย “น่าจะ
สืบเรื่องได้จากเชลยคนนี้ไม่มากก็น้อย” อย่างเช่นว่าที่นี่คือแดนลับแลที่ไหนกันแน่เม่ยเอ๋อร์คิดถึงความแข็งแกร่งของท่านเขยผมสีทองก็พยักหน้าตามสัญชาติญาณ “นำตัวกลับไปก่อน”“ได้เลยขอรับ” เอ้อร์เหมาลากเอลล่าขึ้นมาอย่างตื่นเต้นดีใจ ยืดอกเชิดหน้าเดินไปข้างหน้าอินหลิวเฟิงหมดคำจะพูด “เม่ยเอ๋อร์ คุณหนูใหญ่เจ้าบอกหรือไม่ว่าจะมาเมื่อไหร่”“ไม่ได้บอก”“เช่นนั้นเรารอเช่นนี้ต่อไปหรือ”“รอ”“หนีไปก่อนไม่ได้หรือ”“รอ”“ก็ได้ รอก็รอ” อินหลิวเฟิงยอมแพ้เม่ยเอ๋อร์แต่โดยดี เอาเวลามาคิดหาทางให้เทพแปลกประหลาดคนนี้พูดความจริงดีกว่า ทว่าไม่ว่าจะเป็นอินหลิวเฟิงหรือเม่ยเอ๋อร์ พวกเขาไม่รู้เลยว่าโลงศพในบัดนี้ ผู้ที่นอนอยู่ในนั้นไม่ใช่ ‘ต้าซือมิ่ง’ ผมสีทอง แต่คือต้าซือมิ่งผมสีดำแล้ว…
เอื้อกพราชายาลาซิน่าที่กระอักเลือดล้มลงบนพื้น นางรีบกลืนยาน ้าขวดหนึ่งลงไป แต่อาการก็ยังไม่ดีขึ้นจึงทำได้เพียงรักษาตัวเองก่อนผ่านไปครู่หนึ่ง เอเลน่าที่ค่อยๆ ฟื้นขึ้นก็รู้สึกว่าใบหน้าและศีรษะของตนเจ็บปวดแสบร้อน เป็นความรู้สึกเจ็บชาเข้ากระดูกและวิญญาณ ทำให้นางลูบใบหน้าตามสัญชาติญาณ และนางก็จับเจอเพียงเลือดเนื้อที่เปื่อยเละ“หน้า…”เอเลน่าชะงัก จากนั้นนางก็วิตกเมื่อนางหยิบกระจกมาได้และส