นนั้นจะพูดเช่นนี้ออกมาได้อย่างไร เพียงแต่ว่าไม่ว่าอย่างไรหันหลิวก็ไม่กล้าระบายความโกรธใส่ปฐมราชินี ได้แต่ระบายใส่สามีท่านนี้ของปฐมราชินี ไม่รู้ว่าปฐมราชินีจะตอบกลับอย่างไร ถึงอย่างไรหันหลิวก็เป็น
บิดาของกษัตริย์จวนซวี อาจจะไว้หน้าเขาบ้าง ตำหนิจวินโฮ่วของตนเองสักสองสามคำ แต่แล้ว…เยี่ยนอวี๋มองหันหลิวอย่างเหยียดหยามแล้วก็ถามว่า “หนักศีรษะเมืองเฉาอวิ๋นของเจ้ารึ”หันหลิวตะลึงงัน เห็นได้ชัดว่าไม่คิดว่าปฐมราชินีจะถามคำถามเช่นนี้เยี่ยนอวี๋กวาดตามองเหล่าทวยเทพ พูดขึ้นทีละคำว่า “ข้าถือกำเนิดตั้งแต่ยุคไท่อี้จนถึงปัจจุบัน มิเคยเกรงกลัวปัญหา มิหนำซ ้าหรงอี้สวามีของข้าช่วยข้าไว้มากมาย หากปราศจากเขา วันนี้ข้าคงไม่ได้กลับมาที่นี่ หากพวกเจ้าไม่พอใจหรือคัดค้านสวามีข้าก็เท่ากับไม่พอใจและคัดค้านข้า ข้าจะพูดเรื่องนี้เพียงครั้งเดียว ขอให้ทุกท่านจำให้ขึ้นใจ”เมื่อสิ้นเสียง… เหล่าทวยเทพพากันคุกเข่าลง “พ่ะย่ะค่ะ ปฐมราชินี!”สายตาของเยี่ยนอวี๋หยุดอยู่ที่หันหลิวอีกครั้ง ฝ่ายหลังคุกเข่าลงทันที “กระหม่อมจะจำให้ขึ้นใจ”“ดีมาก” เยี่ยนอวี๋เก็บสายตากลับมาก่อนจะเอ่ยว่า “หลานเจ้าจู้หรงรู้ว่าข้าคือปฐมราชินีหยวนชู กลับยังบังอาจทรยศ ข้าไม่เคยคิดแก้แค้นหลังเกิดเรื่องเพราะเห็นแก่จวนซวี แต่ก็เป็นเพียงครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้น เมืองเฉาอวิ๋น ระวังการกระทำของพวกท่านเอาไว้ให้ดี”
“…ขอบพระทัยปฐมราชินี” หันหลิวสีหน้าย ่าแย่สุดขีด ไ