ขาก็ได้ยินเสียงหิวโหยดังประท้วง ‘จ๊อก’ จากท้องน้อยๆ ของเจ้าตัวน้อย…เด็กน้อยที่กำลังจะหลับลึกไปนั้นก็เบิกดวงตากลมโตของตนขึ้นมาทันทีราวกับถูกเปิดเครื่อง “เป่าหิว…”หรงอี้ “…”เขาที่เมื่อครู่ยังคิดว่าเด็กน้อยเป็นลูกโดยแท้ ตอนนี้ก็ไม่อยากมีลูกคนนี้แล้ว“คิกๆ” เยี่ยนอวี๋หัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะดังราวกับนกไป่หลิงในป่า ชัดเจนและไพเราะ ยังเจือน ้าเสียงหยอกล้อ “รีบไปทำอาหารให้เสี่ยวเป่า”ต้าซือมิ่งผมสีฟ้าที่อ้าปากกัดภรรยาทันทีก็พูดเสียงขรึม “รอก่อนเถอะ!”“พ่อ?” เยี่ยนเสี่ยวเป่าขยี้ตาสองสามที เขายังปีนลงมาจากไหล่ของท่านพ่ออย่างแข็งแรง ลงมาอยู่ในอ้อมแขนของเขา “ข้าวข้าว?”
“จอมตะกละ” ต้าซือมิ่งหยิกใบหน้าน้อยๆ ของเด็กน้อย ถึงอย่างไรก็รู้สึกสงสารเด็กน้อยที่ผ่ายผอมไป ได้แต่ทำอาหารให้เด็กน้อยก่อน แต่เจ้าตัวน้อยหิวเร็วเกินไปแล้ว คงจะเล่นค้อนจิ๋วอีกแล้วสินะต้าซือมิ่งที่รู้สึก ‘จริง’ มากขึ้นเรื่อยๆ ก็กำลังจะวางเด็กน้อยลงบนพื้น เยี่ยนอวี๋กลับกอดคอของเขาไว้ “เจ้าบอกก่อนว่าเจ้าเป็นอะไรเหตุใดเมื่อครู่นี้จึงจำพวกข้าสองแม่ลูกไม่ได้”“เนะ?” เยี่ยนเสี่ยวเป่าเบิกตาโตจนลืมคัดค้านว่าตนเองไม่ใช่จอมตะกละ! เขาก็อยากรู้เช่นกันว่าเมื่อครู่นี้ท่านพ่อรูปงามเป็นอะไร เหตุใดจึงจำเป่าไม่ได้ต้าซือมิ่งที่กอดภรรยาและเด็กน้อยไว้ ดวงตาของเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นสีเข้มเล็กน้อย “บางที อาจจะเกือบจะลืมไปแล้วจริงๆ ก็ได้”“ก็ลองดู!” เยี่ยนอวี๋โพ