งรวบตัวเด็กน้อยที่ดิ้นไปมาเข้ามาในอ้อมอกแต่เด็กน้อยประท้วงอย่างคนความจำดีว่า “พ่อพูด ให้ พ่อน้อยเป่า! ไม่มี! โกหกเป่า!”เรื่องนี้เยี่ยนอวี๋ก็จำได้ นางจึงมองต้าซือมิ่งด้วยดวงตาเป็นประกาย แต่นางก็ค่อนข้างกังวลเรื่องข้อเสนอนี้เช่นกัน “หรือไม่เจ้าลองอีกครั้งไหม”“ใช่! ลองอีกครั้ง! แล้วก็ ให้เป่าเล่น” เด็กน้อยเห็นด้วยอย่างชาญฉลาดหรงอี้ “…”สองแม่ลูกนี่…
“ลองน่ะไม่ต้องลองแล้ว” หรงอี้ที่ปฏิเสธอย่างเด็ดขาดมีลางสังหรณ์ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นเหมือนเดิมแต่เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเขาตัวเล็ก ต้าซือมิ่งหยิบรูปปั้นกระเบื้องเคลือบขนาดเล็กสองชิ้นออกมาอย่างคนรักษาสัญญา มันเป็นรูปปั้นที่วิจิตรงดงามและเหมือนจริงมาก สัดส่วนของมันมีขนาดเท่ากับร่างวิญญาณตัวน้อยตัวนั้นของเขา“อ้ะ!” เยี่ยนเสี่ยวเป่าร้องดีใจ “พ่อน้อย!”ต้าซือมิ่งพอใจกับเด็กน้อยที่สรรเสริญเยินยอ เขายื่นตัวหนึ่งในนั้นให้เด็กน้อย“ฮ่า…” เยี่ยนเสี่ยวเป่าหัวเราะอย่างชอบใจ ดวงตาของเขายังคงบวมจากการร้องไห้เมื่อครู่ บัดนี้ยังไม่ทันหายบวมเขาก็ยิ้มร่าดั่งดอกไม้ สดใสไร้ที่เปรียบส่วนเยี่ยนอวี๋ นางก็ได้รูปปั้นกระเบื้องเคลือบอีกตัวหนึ่ง แต่นางยังคงไม่พอใจ “ตัวนี้ขยับไม่ได้” แม้ปากปฐมราชินีเยี่ยนจะพูดเช่นนี้แต่มือของนางก็จับต้าซือมิ่งตัวน้อยที่แสนวิจิตรตัวนี้ไว้แล้ว เพราะว่ามันงดงามวิจิตรและเหมือนจริงมาก“อยากได้ตัวที่ขยับได้หรือ” ต้าซือมิ่งเลิกคิ้วถาม น ้าเสียงแฝงเ