พอดี เขาได้ยินเข้าแล้วจึงอดไอกระแอมไม่ได้ ครั้นกำลังจะตอบคำถามเอง เอ้อร์เหมาที่หันศีรษะมากลับพูดขึ้นว่า “คงไม่ใช่หรอกนะ! ชุนซิ่นจวินเศร้าโศกจนป่วยแล้ว?! นายท่าน ท่านต้องดูแลเขาให้ดีนะขอรับ”อินหลิวเฟิง “…”นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!?
“ไสหัวออกไปซะ!” อินหลิวเฟิงตะคอกใส่ มิเช่นนั้นลูกน้องโง่เขลาคนนี้ไม่มีทางปิดปากเงียบแน่นอน ไม่รู้ว่าจะโพล่งพูดอะไรโง่ๆออกมาอีกโชคดีที่เอ้อร์เหมายังถือว่า ‘เชื่อถือได้’ รู้ว่าห้ามพูด ‘ความในใจ’ของนายท่านตนเองออกมา มิเช่นนั้นจะทำให้ชุนซิ่นจวินตกใจหนีไปได้ เขาจึงเดินออกมาอย่างเชื่อฟังแล้วอินหลิวเฟิงกุมหน้าผากอย่างลำบากใจพูดว่า “ผู้พิทักษ์ของข้าคนนี้พิลึกคนน่ะ ชุนซิ่นจวินอย่าได้ใส่ใจเลย”“ไม่เป็นไร” กู้หยวนหมิงไม่ได้รู้สึกอะไร แม้เขาจะเสียใจและเศร้าใจเรื่องพ่อของเขา แต่เขาก็รู้ว่านั่นเป็นจุดจบที่ดีที่สุดของท่านพ่อของเขาแล้ว ส่วนเรื่องที่ไม่ได้พบหน้าครั้งสุดท้ายก็ช่างมันเถอะ… พบไปก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรอยู่ดี บางทีไม่พบหน้ากันก็ดี“ข้ามาถามเจ้าว่าจากนี้มีแผนจะอย่างไรกับชีวิตต่อ กลับไปเป็นนายท่านที่โยวตู ไม่สิ ควรจะเป็นองค์ชายน้อยแล้ว หรือว่ามีแผนอย่างอื่น” กู้หยวนหมิงอยากรู้เรื่องนี้“กลับโยวตูหรือ เป็นไปไม่ได้หรอก ข้าจะต้องติดตามกูไหน่ไนทั้งครอบครัวต่อไป” ถึงอย่างไรข้าเป็นคนรับใช้ของคุณชายน้อยต้องติดสอยห้อยตามเขาอยู่แล้ว!“ติดตามจื่ออวี๋หรือ” กู้หยวนหมิงตะลึงเล็กน้อย