นี้ไม่ได้ข่าวกองทัพที่นำโดยเฉิงคั่วเลย”“ประมุขหอราชทัณฑ์ส่งจดหมายให้สำนักชางอู๋ฉบับหนึ่งก่อนจะเดินทางออกจากเมืองหลวง แต่ตอนที่ข้าจากมา จดหมายฉบับนั้นเพิ่งส่งถึงมือเจ้าสำนักเยี่ยน ทางฝั่งสำนักชางอู๋คงส่งคนตรวจสอบเรื่องนี้แล้ว เราลองถามดูดีหรือไม่ขอรับ” อินหลิวเฟิงรู้สึกได้ว่ากองทัพที่ ‘หายไป’ อย่างไม่สามารถอธิบายได้นั้น เกรงว่าจะมีปัญหาแล้วจิ่วอิงได้ยินดังนั้นก็พาสองพ่อลูกทะยานไปสำนักชางอู๋ทันทีไม่ได้ปล่อยให้พวกเขาได้ปรึกษากันเลย เพราะเขารู้สึกร้อนใจสัญชาติญาณทำให้เขารับรู้ถึงอันตราย…ในขณะเดียวกัน แม่ทัพเฉิงคั่วที่อินหลิวเฟิงกล่าวถึงก็ไม่ได้เคลื่อนทัพไปช่วยเหลือสำนักชางอู๋ตามที่ทุกคนเข้าใจ พวกเขาเคลื่อนทัพไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้แล้ว!ส่วนประมุขหอราชทัณฑ์ก็ถูกเฉิงคั่วฆ่าปิดปากไปแล้ว ไม่สามารถติดต่อกับสำนักชางอู๋ได้อีก บัดนี้กองทัพกลุ่มนี้ถือโอกาส
ครั้นต้าซย่าโกลาหลเข้าประจำในเมืองเฉาหู ซึ่งเป็นเมืองชนเผ่าเล็กๆที่อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ส่วนเป้าหมายสุดท้ายที่ฮ่องเต้หยวนคังหนีไปก็คือเฉาหู! ดังนั้นเขาในตอนนี้รวมตัวกับเฉิงคั่วแล้ว และเขาก็ใช้บ่อน ้าสีเลือดที่เฉิงคั่วเตรียมไว้ให้เขาฮ่องเต้หยวนคังที่อยู่ในบ่อน ้าสีเลือดในบัดนี้ กลิ่นอายมรณะแผ่ซ่านไปรอบกาย เสียงที่คาดเดาไม่ได้กลับดังขึ้นในอนุสติของเขาอย่างประหลาด ปฐมราชินีหยวนชูหรือ ต่อให้เจ้าเป็นผู้ก่อตั้งที่นี่ ต้าซย่าก็ต้องถูกข้ากินเสี