่งบนหลังของตี้อั้นแล้วน ้าตาแห่งความคับแค้นใจไหลลงมาทันที แต่ขณะเดียวกันก็รู้สึกได้หน้ามาก เพราะจักรพรรดิอสูรเลือกให้มัน ‘รับใช้’ จู่ๆ มันก็รู้สึกซับซ้อน ไม่รู้จะทำอย่างไรดีทว่าเยี่ยนเสี่ยวเป่าและลูกไก่สีเหลืองก็ปีนขึ้นไปบนหลังของตี้อั้นและส่งเสียงเล็กเสียงน้อยขึ้น “ไป!”เยี่ยนอวี๋ขบขัน นางหันไปพูดกับชายข้างกายว่า “ไปกันเถอะ รู้ตำแหน่งคร่าวๆ หรือยัง”“อืม ทางนั้น” หรงอี้มองไปทางซ้าย และทิศทางนั้นเอง…
“บ้าเอ๊ย!”“คงไม่ใช่หรอกนะ!”อสูรตี้อั้นอุทาน ก่อนจะถามย ้าเพื่อความมั่นใจ “พวกเจ้าจะไปเมืองหลวงจักรพรรดิอสูรหรือ”“ทางนั้นคือเมืองหลวงจักรพรรดิอสูรหรือ” เยี่ยนอวี๋แผ่ซ่านพลังจิตใจที่แข็งแกร่งกว่าเดิมออกมา นางสัมผัสถึงไอหมอกมารอันหนาแน่นอยู่ทางนั้นจริงๆ ที่นั่นถูกอสูรไม่น้อยยึดครองไว้“ก็ใช่น่ะสิ!” ตี้อั้นกล่าว “ก็ดี ข้ายังไม่เคยไปเมืองจักรพรรดิอสูรเลย ถือโอกาสไปเปิดโลกเลยแล้วกัน ต่อไปจะได้โม้ให้อสูรตี้อั้นตัวอื่นฟังได้”“โม้คืออะไรหรือ” ลูกไก่สีเหลืองถามเสียงเล็กเสียงน้อยอย่างชัดถ้อยชัดคำและไหลลื่นเจ้าตัวน้อยซบท่านพ่อของเขาอย่างไม่ค่อยพอใจนัก “พ่อ เป่าไม่… เป็น”“เจ้าเปรียบเทียบตนเองกับไก่ตัวหนึ่งทำไมเล่า” หรงอี้ถามกลับเยี่ยนเสี่ยวเป่าหายทันที เขาคุยกับลูกไก่สีเหลืองทีละคำสองคำต่อไปลูกไก่สีเหลืองก็ไม่รังเกียจที่เยี่ยนเสี่ยวเป่าพูดไม่คล่อง แต่…
“เสี่ยวเป่า ทำไมเจ้าไม่มีผมล่ะ” ลูกไก่สีเหลืองบิน