หรงอี้ที่กางม่านวงแหวนป้องกันสีม่วงก็เม้มปากแน่นมองโลงศพที่ระเบิดออกโลงนั้น เพราะว่า…“ว่างเปล่า?”ข้างในโลงศพว่างเปล่าแต่เดิมเยี่ยนอวี๋คิดว่านางมองไม่เห็น คิดว่าอีกฝ่ายใช้วิชาลับซ่อนตัวแล้ว แต่หรงอี้รู้ดีว่าข้างในว่างเปล่าจริงๆ ‘เขา’ คนนั้นยังหนีไปแล้วด้วย อีกทั้ง ‘เขา’ ยังหนีไปตั้งแต่ก่อนที่ตนจะสัมผัสได้ บางที…การปรากฏตัวของวิญญาณอสูรตนนั้นและการโจมตีเหล่านั้นเป็นเพียงวิธีบังตา! ‘เขา’ หนีไปตั้งแต่ครานั้นแล้ว“ฮึ สมแล้วที่เป็นข้า” หรงอี้ยิ้มเบาๆ หน้าตาเปล่งประกายสดใสน่าหลงใหลทำเอาเจ้าตัวน้อยงงงันเล็กน้อย “พ่อ? ดอก… ไม้?” เขาเห็นดอกไม้เบ่งบานในดวงตาท่านพ่อ?เยี่ยนอวี๋เองก็เห็นเช่นกัน นัยน์ตานางนิ่งขรึมลม จู่ๆ ก็พูดขึ้นว่า“อย่ายิ้มเช่นนี้ให้ใครเชียวล่ะ”คำพูดนี้… ทำให้หรงอี้อดหันไปจูบภรรยาทีหนึ่งไม่ได้ “เช่นนั้นเจ้าก็รีบแต่งข้าเข้าเรือน ให้ข้าเป็นสามีเจ้า”
“อ้ะ!”เยี่ยนเสี่ยวเป่าไม่ได้ฟัง เขาเห็นเพียงท่านพ่อจูบท่านแม่ ไม่ได้จูบเขา เขาจึง ‘จุ๊บ’ ท่านพ่อทีหนึ่ง “รัก! พ่อ งาม!”ส่วนเยี่ยนอวี๋นางก็มิได้เลี่ยงตอบคำถาม นางตอบตรงไปตรงมาว่า “แน่นอน แต่เจ้าต้องแก้ไขปัญหานี้ให้ได้ก่อน ตอนนี้คนหายไปแล้ว จะยังทำอย่างไร”“ ‘เขา’ ยังไม่ออกจากแดนมืดวิญญาณอสูร อีกทั้ง…” หรงอี้เดินเข้าใกล้โลงศพ เขามั่นใจว่า “อักษรโบราณนบนโลงศพที่มีไว้ควบคุม‘เขา’ ตอนที่ ‘เขา’ ทำลายโลงศพและออกมานั้นก็ผนึกลงบนตัวเขาแล้ว ดังนั้