ออกไปดูกันเถอะ!”
เมื่อผู้คนไม่น้อยออกจากบ้านและที่พักก็เห็นว่ารอบเมืองหลวงถูกรัศมีหลากสีชั้นหนึ่งปกคลุมไว้แล้ว ในเมืองยังคงมีหมอกหลงเหลืออยู่เล็กน้อย แต่ก็สลายไปไม่น้อยแล้ว“กลิ่นอายของหมอกเหล่านี้เหมือนกับว่าจะชั่วร้ายมากเลย” เฉินฉุนเฟิงเซ่าซือมิ่งแห่งตำหนักซือมิ่งรับรู้ถึงความผิดปกติได้เป็นคนแรก “และแสงเหล่านั้นราวกับว่าจะมีกลิ่นอายของต้าซือมิ่งอยู่ด้วย นี่มัน…”“ทหาร!” เฉินฉุนเฟิงรีบเรียกทหารมาเพื่อให้ไปสืบหาว่าเกิดอะไรขึ้นมีคนมารายงานพอดีว่า “เฉินเซ่าซือ ผู้ดูแลราชสำนักเหอขอเข้าพบขอรับ”“ขอพบงั้นรึ” เฉินฉุนเฟิงชะงักเล็กน้อยและเขาก็รับรู้ได้ถึงสัญญาณอันตราย “รีบเชิญเข้ามา!”จากนั้นเหอซงผู้มีสีหน้าไม่สู้ดีนักก็มาอยู่ข้างหน้าเฉินฉุนเฟิงอย่างรวดเร็ว เขาคุกเข่าลงพื้นดัง ตุบ ทันทีโดยที่เฉินฉุนเฟิงยังไม่ทันได้เอ่ยถาม “เฉินเซ่าซือติดต่อต้าซือมิ่งได้หรือไม่ขอรับ ข้าน้อยมีเรื่องสำคัญต้องรายงาน!”“ข้าจะลองดู” ถึงแม้เฉินฉุนเฟิงมีคำถามมากมายในใจ แต่เขาก็ไม่ได้ถามในยามนี้ เขารีบพาเหอซงไปที่แท่นบูชาของตำหนักซือมิ่งเขาใช้พลังวิเศษเปิดแท่นบูชา
วิ้ง!แสงสีม่วงระยับตัดผ่านหมอกในเมืองหลวงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหายวับไปบนท้องฟ้า ทำให้ต้าซือมิ่งที่กำลังเตรียมกลับสำนักศึกษารับรู้ได้ในขณะเดียวกัน…วิ้ง!เยี่ยนอวี๋ปรากฏตัวข้างหน้าต้าซือมิ่งพร้อมเด็กน้อยในอ้อมอกเขาโอบนางเข้ามาทันที “บอกให้เจ้ารักษาตัวมิใช่หรือ”“ข้า