เป็นเหมือนเมื่อครู่ ก็อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ”“เจ้า…” เยี่ยนอวี๋หูแดงและลามขึ้นไปถึงใบหน้าแล้ว! นางไม่เคยถูกใคร ‘สั่งสอน’ เช่นนี้มาก่อน รู้สึกช่าง ช่าง…“ไม่ดื้อนะ” ต้าซือมิ่งไม่พูดมากความอีก หลังจากเขาจูบปากงามวิจิตรนั้นแล้วก็ส่งเด็กน้อยที่อยู่บนบ่าให้ภรรยาในอ้อมอก “รอข้าลงมา”เยี่ยนอวี๋ยังไม่ทันพูดอะไร เด็กน้อยก็ยื่นมือกอดคอของท่านพ่อไว้และจุ๊บลงไป “สู้! สู้! พ่อ เก่ง!”“เด็กดี” หรงอี้ก็จูบเด็กน้อยกลับ “ดูแลท่านแม่ของเจ้าให้ดี อย่าปล่อยให้นางทำอะไร”“ได้…” เยี่ยนเสี่ยวเป่าพยักหน้าจริงจังหลังจากหรงอี้ลูบขนอ่อนบนศีรษะเด็กน้อยแล้ว เขาก็หายวับไปทันที เพราะสถานการณ์ในยามนี้ของเมืองหลวงจะรอช้าไม่ได้ ทำได้
มากสุดแค่จูบภรรยาและเด็กน้อยสองที หากช้ากว่านี้คงต้องเลือดตกยางออกแน่เยี่ยนอวี๋เองก็รู้ ดังนั้นคำว่า ‘หรงอี้’ ที่นางเกือบจะหลุดปากเรียกจึงถูกลืนกลับลงไป นางกลัวว่าจะทำให้ชายคนนี้ลงมือช้าไป พรากชีวิตพลเมืองในเมืองหลวงเหล่านั้นนางจึงอุ้มเด็กน้อยตัวนุ่มนิ่มนั่งปรับลมปราณอยู่ที่เดิมอย่างเชื่อฟัง แต่นางก็อดเงยหน้ามองท้องฟ้าไม่ได้ และก็ได้เห็นชายคนนั้นปรากฏกายอยู่บนท้องฟ้าแล้ว“ไม่รู้ว่าต้าซือมิ่งจะแก้ไขสถานการณ์อย่างไร” อีอิ่นรู้สึกสงสัยจริงๆ เพราะเขารู้ดีว่าเมืองหลวงทั้งเมืองกลายเป็นสิ่งของในครอบครองของฮ่องเต้หยวนคังนานแล้วการที่ต้าซือมิ่งในบัดนี้จะห้ามฮ่องเต้หยวนคังหรือพลังที่เป็นตัวแทนของฮ่องเ