หนีเสือปะจระเข้?”“…จะเข้าใจเช่นนี้ก็ได้” ซ่งเฉินฟางได้แต่พูดเช่นนี้ทว่าลู่หมิงก็ปลอบใจทุกคน “อย่าสิ้นหวังเกินไปเลย ก่อนต้าซือมิ่งจากไป เขาทิ้งร่างพลังจิตไว้ให้สำนักศึกษา สำนักศึกษายังต้านทานได้อีกเล็กน้อย อาจจะยังพอมีโอกาสเกิดการจุดพลิกเปลี่ยนได้”เพียงแต่ว่าน่าเสียดายที่ลู่หมิงเพิ่งพูดจบ อีอิ่นก็ลุกพรวด ทำเอาทุกคนตกใจ “เกิดอะไรขึ้นหรือ”“ตามข้ามา” อีอิ่นพูดเสร็จก็เดินออกจากห้องโถงจวินอั้นเทียนสั่งให้คนในสำนักรออยู่ที่เดิม ส่วนเขาเดินตามอีอิ่นไปพร้อมกับจวินอั้นหยวน อินสวินอี้ ผู้อาวุโสสำนักเนี่ยผาน และอาวุโสมือกระบี่
“ช้าก่อน กู้หยวนหมิง เจ้ามาด้วย” จวินอั้นเทียนคิดว่ากู้หยวนหมิงอาจจะช่วยอะไรได้กู้หยวนหมิงที่ถูกเรียกก็ลุกขึ้นทันที เขาที่แต่เดิมอยากจะกลับสำนัก ตอนนี้คงไม่มีโอกาสให้กลับไปแล้ว…ทุกคนไปถึงเรือนของอีอิ่นอย่างรวดเร็ว จากนั้นพวกเขาก็เดิมตามเขาเข้าไปในเรือนอีอิ่นจึงหยุดลง “ทุกท่านเชิญนั่ง โปรดรอสักครู่”ทุกคนจึงนั่งลง ต่างคิดในใจว่าอีจี้จิ่วเรียกพวกเขามาทำไมอีอิ่นเองก็ไม่ได้ปล่อยให้พวกเขารอนาน เขาเชิญ ‘ต้าซือมิ่ง’ขนาดเท่าไข่ไก่องค์หนึ่งออกมาจากข้างในอย่างรวดเร็ว ทำเอาทุกคนตะลึงงัน!“นี่มัน…” อินสวินอี้ชี้ไปที่ต้าซือมิ่งตัวจิ๋วนั่นด้วยดวงตาเบิกโพลง“นี่คือร่างพลังจิตของต้าซือมิ่งหรือ!? เล็กจังเลย!”“ไม่อยากจะเชื่อ!” จวินอั้นหยวนเองก็ตะลึงอาวุโสมือกระบี่กลับสัมผัสถึงพลังอันศักดิ์สิ