ทธิ์ที่มิอาจคาดเดาได้จากสิ่งมีชีวิตตัวน้อยตัวนี้ ทำให้เขากล่าวโดยไม่รู้ตัวว่า “อย่าดูถูกที่เขาตัวเล็ก”
อีอิ่นก็พยักหน้าพูดต่อว่า “ใช่แล้ว บัดนี้ที่สำนักศึกษายังต้านทานไหวล้วนเป็นเพราะร่างพลังจิตที่ต้าซือมิ่งทิ้งไว้ เพียงแต่ว่า…”“ ‘เขา’ จะทนไม่ไหวแล้ว?” อินสวินอี้มิได้พูดมั่ว สายตาอันเฉียบแหลมของเขาเห็นว่าต้าซือมิ่งแสนงดงามตัวเล็กองค์นี้ ถึงแม้จะกำลังเปล่งแสงรัศมีศักดิ์สิทธิ์ แต่หน้าผาก ‘เขา’ เหมือนว่าจะมีเหงื่อซึมออกมาแล้วทุกคนก็เห็นว่า ‘เขา’ กำลังเหงื่อซึมผ่านแสงสีม่วงที่ปกคลุมต้าซือมิ่งตัวน้อยไว้ ดูเหมือนว่าจะทนไม่ไหวแล้วจริงๆอีอิ่นเองก็คิดเช่นนั้น สีหน้าของเขาจึงเคร่งเครียดกว่าเดิม “ดูท่ารอไม่ได้แล้ว มีเพียงวิธีเดียว”“วิธีอะไรหรือ” อินสวินอี้ที่ยังคงมองต้าซือมิ่งตัวน้อยถามขึ้นอีอิ่นตอบว่า “เปิดโลกไร้ตัวตน หลบหนี”เมื่อสิ้นเสียง…“อะไรนะ!”อย่าว่าแต่จวินอั้นเทียนและคนอื่นๆ ตกตะลึง แม้แต่อาจารย์อาวุโสเช่นซ่งเฉินฟางและลู่หมิงก็แสดงสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ “สำนักศึกษาหลบหนีได้ด้วยหรือ!”อีอิ่นพยักหน้า “ได้”
“ข้อแลกเปลี่ยนล่ะ?” อาวุโสมือกระบี่ถามอย่างมีไหวพริบอีอิ่นก็มิได้ปิดบัง “ข้าจะกลายร่างเป็นสำนักศึกษา กลายเป็นวิญญาณของสำนักศึกษา”“ไม่ได้!”“ไม่ได้!” อาจารย์อาวุโสสำนักศึกษาต่างคัดค้าน!อินสวินอี้กลับตะโกนขึ้น “พวกเจ้าดูนั่นสิ! ต้าซือมิ่งลืมตาแล้ว!”ทุกคนมองไปที่ ‘ต้าซือมิ่งตัวน้อย’ ทันที แล