คังฮ่องเต้จึงเอ่ยต่อว่า “เพราะสถานการณ์การรบค่อนข้างบีบคั้น ท่ามกลางการประสาทพรของเหล่าบรรพชนก็ให้รอจนสำนักชางอู๋ได้รับชัยชนะกลับมาค่อยเปิดศาลบรรพชนแล้วกัน ขอให้แต่ละสำนักรั้งอยู่ที่เมืองหลวงก่อนชั่วคราว เราจะออกคำสั่งให้กรมพิธีการเตรียมการให้พร้อม”“ย่อมเป็นเช่นนั้น ขอบพระทัยฝ่าบาท” ทุกสำนักพากันแสดงท่าทีแต่กลับไม่ได้เอ่ยแย้งอะไรทุกคนครุ่นคิดว่าด้วยความแข็งแกร่งที่สำนักชางอู๋แสดงออกมาในพิธีแต่งตั้งเจ็ดสำนักใหญ่ครั้งนี้จะต้องบดขยี้ทัพใหญ่ของลัทธิเซิ่งเหลียนได้อย่างง่ายดายแน่นอนอีกทั้งคงใช้เวลาไม่นาน ดังนั้นพวกเขาจึงไม่คัดค้านที่จะต้องอยู่เมืองหลวงต่ออีกหลายวัน
หยวนคังฮ่องเต้จึงเอ่ยต่อ “อย่างนั้นก็เชิญเจ้าสำนักเยี่ยนและผู้กล้าของสำนักชางอู๋ออกเดินทางไปพร้อมกับเฉิงคั่วและทัพใหญ่ของราชสำนักปกป้องต้าซย่าของเรา บดขยี้พวกโจรกบฏให้สิ้น!”“รับพระบัญชาฝ่าบาท” หลังจากเยี่ยนชิงรับคำสั่งก็ให้ประมุขหอราชทัณฑ์ไปยังค่ายใหญ่ซีซานเพื่อติดต่อกับเฉิงคั่วหลังจากหยวนคังฮ่องเต้ประกาศให้แยกย้าย พระองค์ก็รีบร้อนกลับวังไปภายใต้การคุ้มครองของติ้งซีอ๋องราชเลขากรมพิธีการก็รีบจัดการปัญหาเรื่องที่พักของแต่ละสำนักอย่างสุดความสามารถทำให้สำนักน้อยหลายสำนักล้วนคิดว่าสวัสดิการที่ได้รับนี้ยังดีกว่าการมาเข้าร่วมพิธีแต่งตั้งเจ็ดสำนักใหญ่เสียอีกเพราะพวกเขาไม่ต้องไปเบียดเสียดแย่งโรงเตี๊ยมเอง…ขณะเดียวกันเยี่ยนอวี๋กำลังเอ่ยถ