านพ่อของเขาไว้แน่น เขารู้ว่าฝ่าบาทก็คือคนที่ดุเขาครานั้น!หรงอี้ลูบขนอ่อนน้อยๆ บนศีรษะของเขาและมองไปที่หยวนคังฮ่องเต้ ฝ่ายหลังดูเหมือนหายดีแล้ว อีกทั้งยังมีสภาพดีกว่าเมื่อห้าวันก่อนด้วยเมื่อหยวนคังฮ่องเต้ขึ้นนั่งเก้าอี้มังกร เขาก็โบกแขนเสื้อกล่าว“ลุกขึ้น”“ขอบพระทัยฝ่าบาท”เหล่ากองกำลังต่างๆ จึงทยอยกันลุกขึ้น
หยวนคังฮ่องเต้ทักทายต้าซือมิ่งก่อนคนแรก “ต้าซือมิ่ง ปราชญ์มหาสำนักเยี่ยน เหตุใดจึงไม่ขึ้นมานั่งเล่า”“มิเป็นไร ที่นี่ก็ไม่เลว” หรงอี้นั่งอยู่ที่เดิมตั้งแต่แรกจนถึงตอนนี้เยี่ยนอวี๋ที่อยู่ข้างกายเขาก็ถูกเขาดึงให้นั่งลงหยวนคังฮ่องเต้ก็มิได้พูดอะไร เพียงแค่ส่งสัญญาณให้ติ้งซีอ๋องประกาศเริ่มการแข่งขันติ้งซีอ๋องลุกขึ้นทันที “ฝ่าบาทเสด็จมาด้วยตนเองเพราะหวังว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์เลวร้ายดังเช่นครั้งที่แล้ว หวังว่าสำนักที่เข้าร่วมการแข่งขันสุดท้ายจะยึดมั่นในแนวคิดการแลกเปลี่ยนกันฉันท์มิตรและสร้างความปรองดอง”“สมควรเป็นเช่นนั้น” แต่ละสำนักขานตอบติ้งซีอ๋องจึงเริ่มประกาศกติตาแข่งขัน “รอบสุดท้าย ทุกสำนักจะต้องส่งผู้หลอมโอสถ ผู้ฝึกสัตว์อสูร วรยุทธ์ นักอัญเชิญศักดิ์สิทธิ์ออกมาแข่งขันทั้งหมดห้ารอบ หากผู้ท้าชนะผู้หลอมโอสถ ผู้ฝึกสัตว์อสูรและวรยุทธ์ สามประเภทนี้จะได้หนึ่งคะแนน หากชนะนักอัญเชิญศักดิ์สิทธิ์จะได้สองคะแนน หากแพ้จะถูกหักหนึ่งและสองคะแนนตามประเภท ทุกสำนักจะมีสิทธิ์ท้าห้าครั้ง แต่ต้องท้าสำนักท