่อมรู้ดีว่าเด็กน้อยกล้าหาญเพียงใด เขาจึงรู้ว่าเด็กน้อยไม่ได้กลัวหยวนคังฮ่องเต้ แต่กลัว‘กลิ่นอายอำมหิต’ ที่ฝ่ายหลังแผ่ซ่ายออกมาเมื่อครู่ซึ่งเป็นกลิ่นอายของ ‘เขา’ อีกคนหนึ่งทว่าต้าซือมิ่งก็ถือโอกาสสอนเด็กน้อย “เสี่ยวเป่า ครั้งต่อไปหากเจอคนเลว พ่อแม่ไม่อยู่กับเจ้า จำไว้ว่าเจ้าต้องบินไปหาท่านแม่ของเจ้าเหมือนที่เจ้าทำเมื่อเช้านี้ รีบบินไปหาพ่อแม่”“บิน?” เยี่ยนเสี่ยวเป่าไม่เข้าใจ“อื้ม บินไม่ใช่หนี” หรงอี้อุ้มเด็กน้อยขึ้นมา กำลังจะสอนว่า ‘บิน’กับ ‘หนี’ ไม่เหมือนกัน บินไม่จำเป็นต้องหนีเข้าไปในความว่างเปล่าไม่มีอันตรายจากปัจจัยอื่น เป็นวิธีการหนีที่ค่อนข้างปลอดภัยทว่าเยี่ยนอวี๋ก็อดแทรกขึ้นไม่ได้ “สอนเรื่องนี้ทำไม เสี่ยวเป่ายังเด็ก”
หรงต้าซือมิ่งจูงมืออ่อนนุ่มของนาง เขารู้ใจนางดีจึงอธิบายอย่างอ่อนโยนว่า “เราปกป้องเสี่ยวเป่าตลอดชีวิตได้ แต่เสี่ยวเป่าก็ต้องรู้จักโต”“บิน! บิน!” เยี่ยนเสี่ยวเป่าทำท่าอยากจะบินอย่างดีอกดีใจหรงอี้หยิกเด็กน้อยในอ้อมอกเบาๆ ไม่ปล่อยให้เขาบินตอนนี้ ถึงอย่างไรก็ต้องสอนให้เป็นก่อน มิเช่นนั้นหากเจ้าหมอนี่จู่ๆ หายวับไปยังพระราชวัง จะติดกับดักเองเสีย…เวลาห้าวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในระหว่างนี้เยี่ยนเสี่ยวเป่ารู้จัก‘บินอย่างถูกต้อง’ แล้ว เขาไม่บินไปที่ที่เขาไม่รู้จัก และก็ไม่บินเพราะจะ ‘หนี’การแข่งขันรอบสุดท้ายในพิธีแต่งตั้งเจ็ดสำนักก็เริ่มขึ้นอีกครั้งผู้คนจากสำนักต่างๆ ก็ทยอย