ิง เจ้าออกไปรับแขกกับข้า ไปชี้แจงความจริงกับพวกเขาก่อน อย่าปล่อยให้พวกเขากระวนกระวายใจ”“เดี๋ยวสิ เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์เจ้าไม่เป็นอะไรจริงๆ หรือ” เยี่ยนชิงมองบุตรสาวอย่างพินิจพิเคราะห์เยี่ยนอวี๋งุนงง “แน่นอน ข้าจะเป็นอะไรได้เจ้าคะ”“รู้สึกหมดแรงอะไรแบบนี้น่ะ เจ้าไม่รู้สึกเลยหรือ” เยี่ยนจื่อเสามองน้องสาวที่ดูมีชีวิตชีวาดี เขารู้สึกประหลาดใจ สภาพนางดีเกินไปแล้วท้ายสุดเอ้อร์เหมาก็สรุปประเด็นที่ทุกคนเป็นห่วง “คืออย่างนี้ขอรับ คุณหนูใหญ่ ท่านเพิ่งสู้ไปสามยก ยังโค่นล้มไปหนึ่งสำนักและกองทัพวิญญาณอสูรพันตัว ท่านไม่รู้สึกเหนื่อย หมดแรง หรือไม่สบายตรงไหนบ้างเลยหรือขอรับ”“นั่นน่ะสิ!” เยี่ยนจื่อเสาผงกศีรษะ “สภาพเจ้าดีเกินไปแล้ว เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์ หรือว่าเจ้ากลัวว่าพวกข้าจะเป็นห่วงก็เลยไม่แสดงออกมา
เมื่อพวกเราไปแล้วเจ้าก็จะบอกน้องเขยเพียงผู้เดียว? ฟังนะ เจ้าจะทำเช่นนี้ไม่ได้ เอ่อ… ประมุขหอโอสถล่ะ ให้ท่านมาดูอาการให้เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์หน่อย แล้วก็ใครก็ได้ช่วยไปสำนักหมอหลวงเชิญเหวยสู่เจิ้งมาด้วย อย่าหาว่าข้าอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะ น้องสาวเป็นถึงปราชญ์มหาสำนักแห่งสำนักหมอหลวง แต่ตั้งแต่เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์เข้าเมืองหลวง เหวยสู่เจิ้งท่านนี้ไม่เคยมาหาเลย นี่มันหมายความว่าอย่างไรกัน”“ขอรับ ข้าน้อยจะไปเชิญมาเดี่ยวนี้! ข้าน้อยยังถือว่าคุ้นเคยกับสำนักหมอหลวงดี” เอ้อร์เหมาได้รับคำสั่งก็ทำท่าจะพุ่งตัวออกไป แต่กลับถูกเม่ยเอ