แขนออกไปโอบนางเข้ามาในอ้อมอก เขากอดนางและเด็กน้อยไว้ “ในนั้นน่ะคงจะมีข้าอีกคนหนึ่งนอนอยู่ โลงศพนี้ยังได้แยกสายสัมพันธ์ระหว่างข้าและ ‘เขา’ ”“เจ้าก็เลยสัมผัสได้ แต่มองไม่เห็น ใช่หรือไม่” ในที่สุดเยี่ยนอวี๋ก็คาดเดาความจริงได้
ต้าซือมิ่งพยักหน้ายืนยัน “ตัวอักษรที่ข้าเขียนตอนนี้เป็นอักษรโบราณคำว่า ‘หยิ่น’ ที่ซ่อนอยู่ใน ‘จี้’ หากพวกมันประกอบเข้าด้วยกันก็จะสามารถเปิดพื้นที่ว่างเปล่าเพื่อซ่อนทุกอย่างได้”“ก็เหมือนกับอภิญญาณอำพรางที่เจ้าใช้เมื่อพาข้าไปราชสำนักหรือ” เยี่ยนอวี๋พูดอีกก็ถูกอีกต้าซือมิ่งอดจูบหน้าผากของนางไม่ได้ เขาอมยิ้มพูดว่า “แม้เจ้าจะมองไม่เห็นลายอักษรซ่อนเร้น แต่เจ้าก็ได้กลิ่นอายของพวกมันแล้วหรือ”“เจ้าอย่าหัวเราะสิ จริงจังหน่อย! เช่นนั้นตอนนี้เราควรทำอย่างไร” เมื่อเยี่ยนอวี๋เห็นสิ่งเหล่านี้ก็เริ่มร้อนใจ แต่ต้าซือมิ่งกลับทำหน้าทะเล้น“อ้ะเนะ?” เยี่ยนเสี่ยวเป่าที่ฟังไม่เข้าใจก็ถามขึ้นว่า “อ้ะเนะเนะ?”ข้าไม่เห็นเข้าใจเลย ข้าอยากฟังอีก“ไปราชสำนักก่อน ข้าพอจะรู้แล้วว่าต้องแก้อย่างไร” ต้าซือมิ่งที่มีแผนการในใจแล้วก็ดูไม่รีบร้อนเท่าไร เขายังจูบภรรยาด้วยความรักเปี่ยมล้น “ไม่ต้องกังวลหรอก”เพียงแต่ว่า… ต้าซือมิ่งที่ครุ่นคิดครู่หนึ่งก็ถูกใบหน้าตุ้ยนุ้ยที่จู่ๆแทรกเข้ามาขัดจังหวะ “ข้า!” เด็กน้อยบอกว่าท่านพ่อจูบท่านแม่สองคราแล้ว แต่ยังไม่จูบเสี่ยวเป่าเลย!
ต้าซือมิ่งที่ถูกขัดจังหวะก็จูบเด็กน้