วิ้ง!เมื่อหยางเซ่าเหิงปลุกเร้าผนึกในร่างกาย ระรอกคลื่นสีดำกระเพื่อมเป็นวงออกมาจากร่างกายของเขา มันก่อร่างเป็นพลังพิสดารแผ่ซ่านเป็นวงขยายกว้างขึ้นผ่านไปเพียงไม่นาน ทั่วทั้งเวทีก็ถูกระลอกคลื่นปกคลุม กลิ่นอายต้องห้ามอันชั่วร้ายแผ่ซ่านออกมาจากวงคลื่นอย่างชัดเจน“นะ… นี่มันอะไรกัน” ประมุขหอโอสถไม่เข้าใจ!ประมุขหออัญเชิญศักดิ์สิทธิ์กลับเดาบางอย่างได้ “เกรงว่ากำลังจะอัญเชิญวิญญาณอสูรมาแล้ว”“เหมือนกับอสูรผีเสื้อราตรีแดนนรกในครานั้นน่ะหรือ” ประมุขหอโอสถหวาดหวั่น“เกรงว่าจะแข็งแกร่งกว่านั้น” หยางซีซานหน้านิ่วคิ้วขมวด เขาไม่คิดเลยว่าตระกูลหยางแห่งสำนักคุนอู๋ที่มีรากเหง้าเดียวกันกับเขาจะพัวพันกับวิญญาณอสูรเช่นทุกวันนี้ได้ถึงแม้ต้าซย่ามิได้ตั้งกฎเป็นลายลักษณ์อักษรว่าห้ามอัญเชิญวิญญาณอสูรออกมาช่วย แต่ในฐานะที่เป็นหัวหน้าเจ็ดสำนักแห่งต้าซย่า กลับทำสัญญากับวิญญาณชั่วร้าย ทุเรศสิ้นดี! แต่หลายปีที่ผ่านมานี้ การที่ศิษย์สำนักคุนอู๋อัญเชิญวิญญาณอสูรออกมามา
รบได้ก็กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ใช่ว่าสำนักอื่นจะไม่เคยลอง แต่นอกเหนือจากศิษย์สำนักคุนอู๋แล้ว ก็ไม่มีศิษย์สำนักใดสามารถอัญเชิญวิญญาณอสูรออกมาได้อีกถึงอย่างไรแดนมืดวิญญาณอสูรก็ถูกเยี่ยนอวี๋ผนึกไว้นานแล้ว ที่สำนักคุนอู๋เชื่อมโยงกับวิญญาณอสูรได้ก็เพราะพึ่งชั้นลอยมิติจึงอัญเชิญพวกมันออกมาได้เพียงแต่ว่า “เดี๋ยวนะ” เยี่ยนจื่อเยี่ยรู้สึกตงิดก่อนจะวิเคราะห์ว่า“