ก็ยื่นมือข้างขวาออกมาเงียบๆ เป็นเชิงบอกให้กู้หยวนซูเริ่ม ‘การแสดง’ ได้ ท่าทีของนางราบเรียบเฉกเช่นเมื่อครั้นสู้กับชิงเหอเซิ่งกู้หยวนซูยิ้มเย็นชา “ฮึ เจ้านี่มันโอหังจริงๆ”“ข้าสวยไง” เยี่ยนอวี๋กล่าวการตอบไม่ตรงคำถามเช่นนี้ยิ่งทำให้กู้หยวนซูโมโห เพราะว่านางริษยา นางอิจฉาความงามไร้ที่ติของเยี่ยนอวี๋ตั้งแต่แรกแล้ว อีกทั้งกู้หยวนซูยังเชื่อว่าที่ต้าซือมิ่งชอบพอนังสารเลวเยี่ยนจื่ออวี๋คนนี้ในเวลาอันรวดเร็วได้ก็เป็นเพราะหน้าตาของนาง กู้หยวนซูอารมณ์คุกรุ่น รู้สึกราวกับจะพ่นไฟออกมาอยู่แล้ว“อัญเชิญ!” กู้หยวนซูเปิดเริ่มพิธีอัญเชิญของนักอัญเชิญศักดิ์สิทธิ์ทันที นางต้องการฉีกหน้าคนตรงหน้าให้รู้แล้วรู้รอด! ทำให้นังสารเลวคนนี้ไม่กล้าทำตัวโอหังเช่นนี้อีกกู้หยวนซูใช้โลหิตจากหัวใจอัญเชิญค่ายกลพันธสัญญาออกมาอย่างรวดเร็ว แสดงให้เห็นถึงความสามารถอันเยี่ยมยอดของนาง นางสามารถอัญเชิญวิญญาณออกมาได้เร็วกว่าผู้ใด
แต่แล้ว… หลังจากที่กู้หยวนซูทำพิธีเรียกวิญญาณเสร็จแล้ว บนแท่นเวทีก็เงียบสงัด“…”ไม่มีเสียงคำรามของอสูร“…”ไม่มีกลิ่นอายของอสูรวิญญาณในตำนาน“…”ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆทำเอาผู้ชมที่หยุดวิจารณ์เพียงเพราะพิธีอัญเชิญอันน่าตื่นตาเมื่อครู่ของกู้หยวนซูต่างส่งเสียงไม่พอใจ พวกเขารู้สึกเหมือนถูกหลอกลวงเจ้าตัวน้อยยังดึงดันปรบมือขึ้นมา แปะๆๆ “โง่!”“พรวด!” ครานี้เองอินสวินอี้กลั้นขำไว้ไม่อยู่“ฮ่าๆๆ…” ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเอ้