ัจจุบันหลายๆ คนก็คิดถึงเรื่องนี้จึงไม่มีผู้ใดกล้าเยาะเย้ยเยี่ยนชิงอีก ในโลกที่ผู้คนนับถือผู้แข็งแกร่งนี้ แม้แต่เครือญาติ โดยทั่วไปแล้วก็ย่อมมีความลำเอียงเพราะความสามารถและพรสวรรค์แน่นอนว่าก็มีคนเช่นชือปี้เหลียนเช่นกัน นางหัวเราะเย้ยหยัน“ไม่รู้จักกฎระเบียบเลย สู้ลัทธิเซิ่งเหลียนแห่งภาคกลางของเราไม่ได้แม้แต่น้อย”ทว่าไม่มีผู้ใดสำทับนาง แม้แต่ศิษย์ลัทธิเซิ่งเหลียนเองก็ไม่มีใครให้ท้าย เพราะว่าพวกเขายังตะลึงกับการโจมตีกลับของเยี่ยนอวี๋เมื่อครู่นี้!กู้หยวนซูที่นั่งบนตำแหน่งประธานก็จ้องเยี่ยนอวี๋เขม็งอย่างเหลือเชื่อ นางรู้สึกเหมือนไฟสุมทรวงเพราะความอิจฉา เพราะนางคิดว่าครั้งที่แล้วที่เจอเยี่ยนอวี๋ที่โยวตู นางยังไม่แข็งแกร่งเช่นนี้ บัดนี้จู่ๆ ก็แข็งแกร่งขึ้นมา ต้องเป็นเพราะต้าซือมิ่งถ่ายทอดวิชาให้ด้วยตนเองแน่ๆ!…
“รอบต่อไป สำนักเหยาไถเซียน” ใครจะคิดอย่างไรก็ช่าง เยี่ยนอวี๋ไม่สนใจ นางมองไปที่สำนักเหยาไถเซียน และก็เห็นกู้หยวนหมิงที่มองนางอยู่ก่อนหน้าแล้วเยี่ยนอวี๋พยักหน้าให้เล็กน้อยเป็นเชิงทักทาย กู้หยวนหมิงทำท่าจะลุกขึ้นลงประลอง เขาคิดว่าในเมื่อนางต้องการกำจัดสำนักคุนอู๋เช่นนั้นสำนักเหยาไถเซียนก็ไม่ควรขัดแข้งขัดขานางแต่แล้ว กู้หยวนหมิงยังไม่ทันปริปาก กู้หยวนซูก็พูดขึ้นว่า “ข้าเอง”นี่มัน…“กุ้ยเฟยที่แต่งเข้าราชสำนักแล้วลงแข่งได้หรือ”“คงไม่ได้กระมัง!…”ผู้คนมากมายที่รู้กฎเกณฑ์ราชสำนักดีอดพูดขึ้นไม