ผู้คนอย่างไร้สุ้มเสียงและทำลายวิญญาณได้“ชิงเหอเซิ่งสู้สุดใจจริงๆ!” ตี๋อูหวนเจ้าสำนักสำนักเนี่ยผานแสดงสีหน้าเคร่งขรึม เพราะว่าเขารู้ดีว่าประลองฝันที่นักอัญเชิญวิญญาณระดับตำนานท้าคือการเผยร่างวิญญาณของตนให้คู่ต่อสู้เห็น หากล้มเหลวก็เท่ากับว่าทำลายตัวเองทิ้งจวินอั้นเทียนที่อยู่ไม่ไกลจากตี๋อูหวนก็เข้าใจเรื่องนี้ดี สีหน้าเขาจึงดูไม่ค่อยดีนัก “พลังจิตใจที่สั่งสมมาเกือบร้อยปีของชิงเหอเซิ่ง แม้ปราชญ์มหาสำนักเยี่ยนจะมีความสามารถไม่ธรรมดาเพียงใดก็คงจะ…”
“ไม่หรอก!” จวินอั้นหยวนรีบพูดแทรกขึ้น เขามองเยี่ยนอวี๋บนลานประลองด้วยสีหน้าวิตกกังวล เพราะว่าอันที่จริงเขาเองก็กลัวเหมือนกัน! เพราะเยี่ยนอวี๋ในตอนนี้ถูกกลีบดอกบัวห้อมล้อมอย่างแน่นหนา แสงสีรุ้งที่แต่เดิมเจิดจ้าก็ราวกับกลายเป็นสีครามไปแล้ว ซึ่งทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นถึงการถูกความฝันกัดกร่อน!ฉากเช่นนี้… ทำให้เยี่ยนชิงอดร้องเรียกไม่ได้ “เสี่ยวอวี๋เอ๋อร์!”พี่น้องตระกูลเยี่ยนสองคนกำหมัดแน่น ต่างก็กลัวว่าน้องสาวเพียงหนึ่งเดียวของพวกเขาจะเป็นอะไรไปแต่แล้วเหมือนว่าพวกเขาจะกังวลมากเกินไปเองวิ้ง!วิ้ง!…แสงสีรุ้งรอบกายเยี่ยนอวี๋ที่แต่เดิมหม่นหมองลงก็แผ่ขยายเข้าไปในกลีบบัวราวกับสายฟ้าผ่า“นี่มัน…”“นางกำลังเข้าไปในฝันด้วยความฝัน!” ตี๋อูหวนตะลึงจนร้องออกมา เพราะว่าเขารู้ว่านี่หมายถึงแม่นางเยี่ยนกำลังสู้กับชิงเหอเซิ่งด้วยวิธีเดียวกัน
ความจริงก็เป็นดังเช่นนั้น เพ