เรียบเหมือนกับใบประกาศผลใบนี้ที่ ‘ไร้สีสัน’ นอกจากสำนักชางอู๋ไม่อยู่ในนี้แล้ว ที่เหลือก็เหมือนกับรุ่นที่แล้วทั้งหมดทว่ากู้หยวนซูก็ประกาศต่อไปว่า “ต่อจากนี้เป็นการท้าชิงรอบชิงชนะเลิศ สำนักที่ได้รับรางวัลสำนักยอดเยี่ยมในรอบแรกมีโอกาสท้าชิงสำนักสามอันดับแรกในรอบรองชนะเลิศ กติกาของการแข่งขันครั้งนี้คือสำนักที่ขอท้าชิงส่งศิษย์คนหนึ่งท้าชิง แต่สำนักที่รับคำท้าสามารถปรับกลยุทธ์การต่อสู้ของตนเองได้ สามารถเลือกเองได้ว่าจะส่งกำลังหนึ่งคนหรือกี่คนก็ได้ นอกจากนี้ผู้ท้าชิงต้องเป็นศิษย์รุ่นเยาว์ของสำนักเท่านั้น ส่วนผู้รับคำท้าสามารถส่งผู้อาวุโส กระทั่งอดีตผู้อาวุโสได้ ดังนั้นขอให้สำนักไตร่ตรองให้รอบคอบ หากยืนหยัดจะท้าจะต้องเซ็นใบยินยอม”เมื่อสิ้นเสียงพูด…“…”ทุกคนในเหตุการณ์เงียบสงัด ถึงแม้ทุกคนจะรู้ว่าการท้าชิงมีกฎเกณฑ์เข้มงวดกับผู้ท้าชิงมาก แต่ว่า… แต่ว่านี่มันไร้ความยุติธรรมเกินไปหน่อยแล้ว!
คนที่ไม่ค่อยเข้าใจกลไกการแข่งขันท้าชิงเท่าไรก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเป็นเพราะกู้หยวนซูจงใจทำให้สำนักชางอู๋ลำบากหรือไม่ เพราะถึงอย่างไรกุ้ยเฟยท่านนี้ก็มีแค้นกับปราชญ์มหาสำนักแต่แล้วสำนักชางอู๋ต่างรู้ดีว่ากติกาการท้าชิงเป็นเช่นนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว ทว่าจู่ๆ เยี่ยนชิงก็คิดได้ว่าสำนักคุนอู๋อาจจะส่งอดีตผู้อาวุโสออกมาอย่างไร้ยางอายก็ได้ ถ้าเช่นนั้นห้ามให้…“เยี่ยนจื่ออวี๋สำนักชางอู๋ขอท้าประลอง” ในขณะที่ทุกอย่างเงี