ียวเล็กน้อย ต้าซือมิ่งโอบนางเข้ามาไว้ทันที “พักสักหน่อยเถอะ”“อืม” เยี่ยนอวี๋ถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะหลับตาลงเริ่มปรับลมปราณ การใช้พลังไท่ชูโดยที่ไม่มีกระบี่ไท่ชางยังคงเป็นเรื่องที่กินแรงสำหรับนางมากหรงอี้รู้เรื่องนี้ดี เขาจึงโอบนางแน่นขึ้นกว่าเดิม แต่ก็ไม่กล้าโอบแน่นเกินไป กลัวว่าจะทำให้นางบาดเจ็บ ริมฝีปากบางๆ ของเขากลับเม้มไว้แน่นมาก
ผ่านไปครู่หนึ่ง อีอิ่นที่ฟื้นตัวได้ก่อนก็ลืมตาขึ้น ซ่งเฉินรีบถามทันที “อาจารย์จี้จิ่ว ท่านรู้สึกอย่างไรบ้าง”“ไม่เป็นอะไรแล้วล่ะ” อีอิ่นกล่าวพลางโบกมือ เสื้อสีครามของเขาแม้จะเปื้อนเลือด แต่สติและลมปราณของเขาฟื้นตัวแล้ว ดูแล้วไม่น่าจะเป็นอะไรมากแล้วซ่งเฉินและคนอื่นๆ จึงถอนหายใจโล่งอก และมองไปที่ปราชญ์มหาสำนักเยี่ยนที่อยู่ในอ้อมแขนของต้าซือมิ่งอย่างซาบซึ้งใจ พวกเขารู้ว่าหากวันนี้ไม่มีนางช่วยเหลือไว้ อาจารย์จี้จิ่วสำนักศึกษาของพวกเขาคงมิอาจรอดชีวิตได้อีอิ่นเองก็รู้เรื่องนี้ดี เขาจึงรีบประสานมือโค้งคำนับจากใจจริงเมื่อเยี่ยนอวี๋ลืมตาขึ้น “ขอบคุณปราชญ์มหาสำนักเยี่ยนที่ช่วยชีวิตข้าไว้”“ขอบคุณปราชญ์มหาสำนักเยี่ยน!” ซ่งเฉินฟาง ลู่หมิงและท่านอื่นก็โค้งคำนับอย่างสุภาพ“อาจารย์จี้จิ่วและอาจารย์ทุกท่านมิต้องขอบคุณ” เยี่ยนอวี๋อยากจะประคองอีอิ่นขึ้นมา แต่กลับไม่สามารถหลุดออกมาจากอ้อมแขนของต้าซือมิ่งได้ ฝ่ายหลังโอบนางไว้แน่นมากเยี่ยนอวี๋รู้ว่าเขาเป็นห่วงจึงมิได้ออกแรงผลักออ